Connect with us

ข่าว / เทรนด์ใหม่ๆ

คนในวงกา ร ที่คนชื่นชอบ

#เรามาดูเรื่องราวชีวิตของตลกที่หลายคนชื่นชอบคนนี้กัน

  • ตลกดัง เรียกได้ว่าหลายๆคนคงรู้จักกับผู้ชายคนนี้ได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว ที่ต้องบอกเลยว่าผู้ชายคนนี้เป็นชายที่เก่งมากวคามสามารถมากๆคนหนึ่งและหากพูดชื่ออกไปหลายๆคนจะต้องร้องอ่อเป็นอย่างแน่นอนเลยทีเดียว ส่วนเขาจะเป็นใครนั้นเราไปติดตามรับชมกันเลยจ้า

ตลกแถวหน้าชื่อดัง

หลายคนรู้จักกับเข้าเป็นอย่างดี

พูดชื่ออกไปต้องร้อง อ่อ อย่างแน่นอน

 

#ทำความรู้จักกับ แอนนา ชวนชื่น

 

  • ตลกแถวหน้า เอนก อินทะจันทร์ ชื่อเล่น แอนนา หรือรู้จักกันในนาม แอนนา ชวนชื่น เกิด 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2496 เป็นนักแสดงตลกชาวไทยและอดีตตลกคณะ มกจ๊ก

 

  • เกิดที่ แอนนา ชวนชื่น เป็นชาวไทยเชื้อสายจีน​ไหหลำ เกิดที่อำเภออรัญประเทศ จังหวัดปราจีนบุรี (ปัจจุบันคือ จังหวัดสระแก้ว)

 

  • การศึกษา จบการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 (ป.4) จากโรงเรียนคลองน้ำใสวิทยาคาร จากนั้นจึงได้ย้ายมาอยู่อาศัยและเติบโตที่จังหวัดสมุทรปราการ

 

#เรื่องราวชีวิตคู่ แอนนา ชวนชื่น กว่าจะมีวันนี้

 

“แอนนา ชวนชื่น” ควงคู่ “เก๋” ภรรยาสุดสวยเปิดชีวิตรัก 20 กว่าปี!! สุดทรหดเคยนอนกอดกันร้องไห้เพราะไร้บ้านอยู่ เผยวีรกรรมเจ้าชู้สุดชอกช้ำเคยจับได้คาหนังคาเขาพาสาวขึ้นขึ้นห้องมาแล้ว ในรายการคุยแซ่บShow ทางช่องOne 31 ที่มี พีเค ปิยวัฒน์ และ เป็กกี้ ศรีธัญญา เป็นพิธีกรพร้อมเผยเมียใจกว้างให้เงินเที่ยวอาบอบนวดจริงหรือไม่ !!

  • ทั้งคู่คบกันมา 23 ปีแล้ว เล่าให้ฟังหน่อยเจอกันยังไง ? แอนนา : เขาเป็นนักร้องคาเฟ่ เราเป็นตลก นิสัยตลกก็หว่านไปทั่ว แต่เขาไม่เหมือนนักร้องทั่วไป คบกับนักร้องทั่วไปมีแต่เดือดร้อนมีแต่เรื่องใช้เงิน แต่มาคบกับเขาไม่เคยพูดเรื่องเงินเลย นัดกันไปกินข้าวเขาก็แย่งเราออก เราก็บอกว่าเราเป็นผู้ชายขอออกเอง ก็เลยตกลงกันว่าต่อไปนี้ก็ 50 50 แล้วกัน เขาแตกต่างจากนักร้องคนอื่นที่เราเคยคบ คนอื่นมีแต่จะมาขอ ญาติป่วย แม่เจ็บ ค่าแฟลต ค่าคอนโด จิปาถะเยอะแยะไปหมด สร้างแต่ความปวดหัวแต่คนนี้ไม่ เราก็มาคิดว่าคนนี้น่าจะเป็นเนื้อคู่เรา เขาไม่เคยหวังอะไรจากเราเลย ไม่เคยพูดเรื่องเงินเลย

ตอนนั้นเขามาจีบเราลังเลมั้ย ? เก๋ : ก็ลังเล ตลกคาเฟ่เขาจีบไปทั่ว

แต่สุดท้ายเราก็ปล่อยเขามาอยู่ในชีวิตเรา ? เก๋ : เขาเป็นตลกก็จริงแต่เขาชอบค้าขาย เราก็ชอบค้าขาย

ทำไมพี่เก๋ถึงแตกต่างจากคนอื่นไม่มาเอาของเขา แต่มาประคับประคองเขา ? เก๋ : บอกไม่ถูก

แล้วอะไรที่ทำให้ป๋าชนะใจพี่เก๋ ? เก๋ : ต้องถามเขา แอนนา : เป็นสายบุญ เขาชอบทำบุญ เราก็ชอบทำบุญ

 

 

ตอนเดทแรกๆเห็นว่าไปทำบุญกันเลย ?แอนนา : สมัยก่อนคาเฟ่จะปิดตี 3-ตี4 เราก็จะนัดกันไปซื้อโลงศพที่วัดหัวลำโพง ไปไหว้เสด็จพ่อ ร.5 ที่ลานพระรูป ไปจบที่วัดเชิงหวาย ใส่บาตร 9 องค์ แล้วก็ถวายสังฆทาน กลับบ้านนอน แล้วก็แยกกัน พอถึงเวลามาทำงานก็มาเจอกัน เดือนนึงจะไปทำบุญด้วยกัน 5-6 ครั้ง

ก่อนที่น้าแอนจะมาเจอพี่เก๋เขาก็มีครอบครัวมาอยู่ก่อนแล้ว ตรงนี้เรารู้อยู่ก่อนมั้ย ?เก๋ : ตอนแรกครอบครัวที่เขามีลูกด้วยกัน ไม่รู้ค่ะ หลังจากเลิกกับแม่ของลูก เขาก็จะมีอีกคนนึง คือรู้แต่คนนั้น แต่รู้ว่าเลิกแล้ว ตอนนั้นเขาโสด

ก่อนจะโสด ก่อนมาเจอพี่เก๋ ณ ตอนนั้นมีผ่านมมาแล้วกี่ครอบครัว ?แอนนา : ประมาณ 3-4 คน แต่ก่อนจะมาเจอเขา เลิกก่อน ไม่เคยคบซ้อน

มีจดทะเบียนกันมั้ย ? แอนนา : คนแรกที่มีลูกด้วยกันจดทะเบียน แล้วก็หย่าร้างกันไป

พี่เก๋รู้เมื่อไหร่ว่าเขามีลูกสองแล้ว ?เก๋ : หลังจากที่คบกันได้ประมาณปีนึง รู้ครั้งแรกก็ไม่ได้ช็อคอะไร ก็ปกติเพราะเขาก็อายุเยอะแล้ว ตอนนั้นเขาก็ 40 กว่าแล้ว แอนนา : เขา 20 กว่า

อะไรที่ทำให้มองข้ามสิ่งเหล่านี้ได้ ?เก๋ : ตอนที่ตัดสินใจว่าคนนี้เป็นคู่ชีวิต จริงๆคนเราก็มีความเสี่ยงกับการที่จะเลือกใครซักคน

กลัวเขาจะมาหลอกมั้ย ? เก๋ : ตอนแรกก็กลัวค่ะ กลัวว่าจะไปได้ไกลมั้ย นานมั้ย แต่อย่างที่บอกมันก็คือการเสี่ยงอย่างนึง

อะไรทำให้เราข้ามความกลัวได้ ? เก๋ : เขาเป็นคนขยันเก็บเงิน เขาไม่เล่นการพนัน เขาทำงานได้ก็จะมาให้เราเก็บ

เรื่องเจ้าชู้ไม่มีผลกับเรา ? เก๋ : เมื่อก่อนเราไม่ทราบเลยว่าเขาเจ้าชุ้

 

แล้วตอนคบกับเราสัมผัสได้มั้ยว่าเขาเจ้าชู้ ? เก๋ : เขาเคยมีนะคะ เขาแอบเลี้ยงไว้ คือตอนนั้นเราไม่รู้หรอก จนความลับแตกว่าแอบไปเลี้ยงเด็กไว้ เราเลยไปย้อนคิดว่าช่วงเวลานั้นทำไมแปลกๆ อะไรนิดอะไรหน่อยก็โมโห แอนนา : หาเรื่องออกนอกบ้าน

ไม่ได้จับได้เลยอันนี้มารู้ทีหลังตอนเขาเลิกไปแล้วหรือว่าจับได้คาหนังคาเขา ? เก๋ : อันที่จับได้ไม่ใช่เลี้ยงดู แต่อันที่จับไม่ได้คือรู้สึกได้แต่ไม่รู้ว่าความจริงคืออะไร เรามาคิดย้อนหลังว่ามิน่าตอนนั้นทำไมถึงเป็นแบบนี้ เวลาคุยโทรศัพท์ก็จะแกล้งเดินออกไปไกลๆ

 

แล้วตอนนั้นตัดสินใจหยุดเมื่อไหร่ ? แอนนนา : หยุดตอนที่เขาจับได้ คือเรามีเขาแล้วเราไปมีอีกคนนึง แต่เราบอกกับอีกคนนึงว่าเรามีเมียแล้วนะ รับได้มั้ย ถ้ารับได้ก็โอเค ถ้ารับไม่ได้ก็ไม่ว่ากัน เขาบอกเขารับได้ แต่เราก็รับผิดชอบแค่ค่าอพาร์ทเม้นท์นิดๆหน่อยๆ ไม่ได้ลงทุนอะไรมากมาย เรื่องราวมาแตกตอนไปถ่ายละคร คือเราเอามือถือเราฝากไว้กับเขา อีบ้านั่นดันไลน์มาว่าไม่จำเป็นต้องมาหาก็ได้ ต่างคนต่างอยู่ เขาอ่านแล้วรู้เลย แต่เขาไม่อยากกเล่าให้เราฟังเขากลัวเราเสียสมาธิ พอถ่ายเลิกกองขับรถออกมาๆได้ซักแป๊ป เขาก็ถามเลยว่าไปทำอะไรมา เราก็ยังไม่รู้ว่าเขารู้เรื่องแล้ว เราก็บอกว่าทำงานมาเหนื่อยๆอย่าเอาเรื่องปวดหัวมาให้ เขาก็บอกว่าให้รับมาเลยรู้หมดแล้ว ซักพักเขาเอาข้อความให้ดูแล้วถามให้เหนื่อยหรือยัง ตอนนั้นหน้าซีดมันห่อเหี่ยว หน้าร้อนวูบวาบ

แล้วตอบเขาว่าไง ? แอนนา : พี่ผิดไปแล้ว พี่ขอโทษ เก๋ : วีรกรรมตอนนี้เล่าแล้วขำแต่ตอนนั้นไม่ตลกเลย วีรกรรมที่พาเด็กเข้าห้อง

ตอนนั้นเกิดอะไรขึ้น ? เก๋ : ตอนนั้นเราบอกว่าจะกลับต่างจังหวัดซักอาทิตย์นึง ทีนี้ไม่รู้เป็นยังไงไปแค่ 3 วันแล้วกลับมา เราก็ไปเคาะห้องทำไมไม่เปิด พอไม่เปิดเราก็ไขกุญแจ เราเห็นแสงไฟอยู่ข้างในแต่ทำไมไม่เปิด เราก็เลยไขกุญแจประตูมันก็มีโซ่คล้องอยู่ มองเข้าไปวิ่งสวนสนามกันใหญ่เลย เพราะหาทางหลบไม่ได้ เราเห็นผู้หญิงกำลังกระโจมอกแล้ววิ่งข้างใน เขาก็ยังไม่เปิดประตูให้เรานะ เขาถามว่ามาทำไม เลยตอบกลับไปว่าห้องของกูทำไมกูจะมาไม่ได้

ตอนนั้นที่โดนจับได้รู้สึกยังไง ? แอนนา : รู้สึกผิดแบบมหันต์เลย เขาอุตส่าห์เปิดไฟเขียวให้ไปเที่ยวหมอนวดได้ แต่ห้ามเลี้ยงดู ด้วยความเสียดายเงินไง พาเด็กไปเที่ยวโรงแรมก็เสียดายตังค์ต้องเสียค่าโรงแรม จังหวะเมียไม่อยู่ 7 วัน พาไปที่ห้องก็ได้ แต่ไม่คิดว่าจะกลับมาก่อนกำหนด

แล้วเรื่องจบยังไง ?เก๋ : เขาให้ผู้หญิงเข้าไปหลบในห้องน้ำแล้วให้เขาออกไปก่อน เขาก็บอกว่าออกไปก่อนได้มั้ย แล้วทำไมกูต้องออก มันต้องออก ถ้าหนูไม่ออกไปก่อนเขาจะไม่กล้าออกมาเพราะตอนนี้เขาอยู่ในห้องน้ำ เราก็รู้ว่าเด็กคงไม่ได้รู้เรื่องอะไร

แอนนา : เด็กก็ตัวสั่น อยู่ชั้น 4 จะโดดก็โดดไม่ได้ พอเด็กออกไปแล้วเขาเข้ามาเข้าก็ใส่เราชุดใหญ่เลยว่าเคยบอกแล้วใช่มั้ยว่าห้ามพาใครมา เตียงนี้สำหรับหนูกับพี่เท่านั้น คนอื่นไม่มีสิทธิ์มานอนบนเตียง เราก็แถอีกว่าพี่ไม่ได้นอนบนเตียงพี่เอาผ้านวมปูข้างล่าง (หัวเราะ) เก๋ : ตอนนั้นหนีไปประมาณเดือนนึงเลย คิดว่าเลิกเพราะว่ามันเกินไป นี่มันบ้านเรา แล้วเอาใครก็ไม่รู้มานอน

หายไปเดือนนึงอะไรทำให้กลับมา ? เก๋ : คือน้องสะใภ้เขาโทรหา เราก็คิดว่าสงสารเขา เขาก็อายุเยอะแล้วคงไม่มีใครมาเริ่มต้นใหม่กับเขา ถ้าเข้ามาในชีวิตเขา ถ้าไม่มีตังค์คงไม่มีใครช่วยเขาทำมาหากิน

  • ตอนนั้นง้อยังไง ? แอนนา : ทำใจแล้ว 20 กว่าวันโทรไปเขาก็ไม่ติดต่อกลับมา สงสัยเขาไปจากชีวิตเราแน่ ก็ให้น้องสะใภ้โทรไปบิวท์ว่าเราไม่เป็นอันกินอันนอน จนจะครบเดือนนึงเราก็กลับบ้านปกติ เราก็ถอดเขี้ยวเล็บแล้วต่อไปไม่ทำแล้ว ถ้าสิ้นจากคนนี้คงไม่มีเมียแล้ว คงหมอนวดอย่างเดียวแล้วชีวิตกู คิดถึงความดีเขามาก เขาเป็นคนสู้ชีวิต เขาไม่เคยปริปากเลยว่าเหนื่อยกับเรา

  • นอกจากเลี้ยงดูแล้วยังขอเงินไปอาบอบนวดอีกหรอ ? แอนนา : ถูกต้อง คือพี่สัญญาใจกันว่าคือพี่จะไม่เลี้ยงดูอีกแล้ว จะหมอนวดอย่างเดียว ถ้าหนูให้ไปพี่ก็ไป ถ้าหนูไม่ให้ไปพี่ก็ไม่ไป เขาก็พูดว่าถึงหนูไม่ให้ไป พี่แอบไปหนูก็ไม่รู้หรอก แต่ให้ไปหนูจะได้รู้เลยว่ายังไงพี่ก็ต้องไป แต่เขาคงคิดว่าแก่ๆอย่างเราคงไม่มีใครเอาหรอก ไม่มีตังค์ก็หมาตัวนึง

ให้ตังค์ไปด้วย ?
แอนนา : ให้ตังค์ไปด้วย ทีนึงก็ 4-5 พัน ปีนึงเราขอเค้า 10 กว่าครั้ง เดือนละครั้ง สองครั้ง บางเดือนรายได้ดีหน่อยก็ขอเขาเดือนละ 2 ครั้ง ถ้ารายได้ไม่ได้ก็ขอเดือนละครั้ง แต่ที่ขอทุกครั้งก็ใช่ว่าจะไปเที่ยวทุกครั้ง ก็เริ่มเสียดายตังค์ ก็แอบเอาเงินเก็บ

ตัดสินใจยังไงถึงให้เงินสามีไปเที่ยว ?
แอนนา : ถึงไม่ให้ไปเขาก็แอบไป ผู้ชาย 99% ต้องเที่ยว แล้วนิสัยเขาเรารู้อยู่แล้ว จริงๆก็ทำใจไม่ได้ แต่มันต้องทำ ก็รู้ซะเลยดีกว่าดีกว่าเขาแอบไปเห็นบอกว่า

สามารถแอบเก็บเงินที่ไปเที่ยวหมอนวดบ้าง ขโมยบ้าง ซ่อนเมียบ้าง เก็บเงินได้เท่าไหร่ ?
แอนนา : เป็นล้าน เขายังงงเลยว่าไปเก็บตอนไหน เป็นล้าน เงินที่เก็บได้ก็ไม่ได้เอาไปทำอะไรก็เก็บไว้ก๊อกสอง วันไหนที่ขอแล้วไม่ให้ แต่ไม่ได้คิดว่าจะเอาไปนอกลู่นอกทาง ก็เก็บไว้เพื่อเขานี่แหละ อยากจะเซอร์ไพร์สเขา

มีช่วงที่ตกต่ำบ้านก็ไม่มีเลย ?
แอนนา : อันนั้นก่อนมีชื่อเสียง คือเราอยากมีบ้าน เช่าอพาร์ทเม้นท์อยู่มาตลอดชีวิต เลยตัดสินใจซื้อบ้านในหมู่บ้านนึง ทำสัญญาเรียบร้อยแล้ว ผ่อนไปได้ไม่กี่เดือนเกิดเศรษฐกิจฟองสบู่ รายได้ก็หดหายไป ก็มานั่งคิดกันว่าถ้ายังฝืนผ่อนต่อไปมันจะไม่ไหว จะหมดมากกว่านั้น เลยให้เขายึดไปบอกเขาว่าเราผ่อนไม่ไหว แล้วก็มีอยู่วันนึงเขาก็ร้องไห้เสียใจไม่มีบ้าน เราก็บีบมือบอกเค้าว่าอะไรที่ไม่ใช่ของเรามันก็ไม่ใช่ เดี๋ยวมันก็ผ่านไป เดี๋ยวเรามาซื้อใหม่ก็ได้ เขาก็บ่นในลำคอว่าเสียดาย หลังจากนั้นก็ไปซื้อบ้าน ซื้อตอนที่เป็นแอนนาแล้ว

ลำบากที่สุดในชีวิตคู่คือตอนไหน ?
แอนนา : ตอนเปิดท้าย

เก๋ : ตอนนั้นตลกไม่มีคาเฟ่ให้เล่นแล้ว คาเฟ่ยุบหมดเลย ไม่มีงานทำ ก็ไม่รู้จะทำยังไงก็ไปเปิดท้ายขายของตามหน้าห้าง แต่เราไม่มีเงินเก็บเลย ค่าเช่าวันนึงต่อล็อค 2×2 300 มั่ง 600 มั่ง 800 มั่ง บางวันขายไม่ได้ก็ต้องไปทุกวันเพราะมันเป็นอาชีพ มีอยู่วันนึงได้ค่าเช่าถูก 200 แล้วก็เหลืออยู่ 20 บาทติดตัวกัน 2 คน ยังไม่ได้กินข้าว ทำยังไงดี ก็จนกว่าจะขายเสื้อผ้าได้แล้วก็เอาเงินนั้นไปซื้อข้าว วันนั้นก็ขายได้แล้วก็ซื้อข้าวมาถุงนึงแล้วมาแบ่งกันกิน

วันนี้มีทุกอย่างแล้ว อยากจะบอกอะไรกับเขา ?
แอนนา : เรามองหน้ากันเราก็เข้าใจกันแล้ว ว่าเรามีความจริงใจให้เขา เราหมดเขี้ยวเล็บแล้ว

เก๋ : ถึงเขาจะไม่หยุด มันก็ต้องอยู่ด้วยกัน คงเป็นคู่เวรคู่กรรมกัน ถ้าเราไม่อยู่กับเขาเราก็อาจจะดีกว่านี้นะ แต่เราก็นึกไปถ้าปล่อยเขาไปเขาก็จะลำบากนะ มันจะไม่มีใครมาดูแลเขาได้เหมือนเรา

 

คลิป

 

More in ข่าว / เทรนด์ใหม่ๆ

error: Alert: ไอทิต เองมันร้าย