Connect with us

ข่าว / เทรนด์ใหม่ๆ

พลอย เฌอมาลย์ แจงถึงเรื่องงาน

  • เรามาดูประวัติของเธอ   ไลลา บุญยศักดิ์ ชื่อเดิม เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์ ชื่อเล่น พลอย (เกิด 15 กันยายน พ.ศ. 2525) เป็นนักแสดงหญิงชาวไทย เป็นน้องสาวของดารัณ บุญยศักดิ์ อดีตนักแสดง มีผลงานที่สร้างชื่อเสียงจากละครเรื่อง ระบำดวงดาว ขุนศึก มาดามดัน สามีตีตรา และภาพยนตร์เรื่อง บุปผาราตรี รักแห่งสยาม ชั่วฟ้าดินสลาย สี่แพร่ง และคิดถึงวิทยา

  • ชีวิตในวัยเด็ก  เฌอมาลย์เป็นบุตรสาวของพลเรือตรี สิริศักดิ์ บุญยศักดิ์ กับธัญดา นิลภิรมย์ (ชื่อเดิม จิราภรณ์) มีพี่สาวร่วมบิดามารดาคือดารัณ บุญยศักดิ์ (ชื่อเดิม สินิทธา)เธออยู่ในครอบครัวแม่เลี้ยงเดี่ยว และได้รับการเลี้ยงดูจากยุพิน กฤษณรัตน์ ผู้เป็นยาย

เฌอมาลย์จบการศึกษาระดับประถมศึกษาโรงเรียนเซนต์โยเซฟระยอง จังหวัดระยอง ต่อมาได้ศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนโยนออฟอาร์ค[4] กรุงเทพมหานคร และมัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ระดับปริญญาตรีคณะบริหารธุรกิจ วิทยาลัยลุ่มน้ำปิง (ปัจจุบันคือวิทยาลัยนอร์ทเทิร์น) จังหวัดตาก

ในวัยเยาว์เธอเคยเปลี่ยนไปนับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก ครั้นจำเริญวัยขึ้นจึงหันไปนับถือศาสนาพุทธ ซึ่งช่วงต้นปี พ.ศ. 2555 เธอกล่าวถึงทัศนคติที่มีต่อศาสนาว่า “พลอยเป็นคนที่นับถือศาสนาพุทธ

แต่นับถือศาสนาคริสต์ด้วยครึ่งหนึ่ง ซึ่งพลอยจะขอเชื่อในสิ่งที่พระพุทธเจ้าสอนเท่านั้น พลอยไม่เชื่อเรื่องดวง พลอยเป็นคนที่เชื่อในตัวเองมากกว่า…” แต่ภายในปี พ.ศ. 2555 นั้นเองเธอได้หันไปนับถือศาสนาคริสต์นิกายโปรเตสแตนต์

เฌอมาลย์เริ่มเข้าวงการบันเทิงตั้งแต่อายุ 12 ในละครเรื่อง เงาราหู รับบทเป็นนางเอกวัยเด็ก ซึ่งเรื่องนี้ ดารัณ บุญยศักดิ์พี่สาวแท้ ๆ ของเธอแสดงเป็นนางเอกคู่กับพีท ทองเจือ และลงนามสัญญาเป็นนักแสดงช่องสามในปี พ.ศ. 2549

วงการบันเทิง

เฌอมาลย์เริ่มเข้าวงการบันเทิงตั้งแต่อายุ 12 ในละครเรื่อง เงาราหู รับบทเป็นนางเอกวัยเด็ก ซึ่งเรื่องนี้ ดารัณ บุญยศักดิ์พี่สาวแท้ ๆ ของเธอแสดงเป็นนางเอกคู่กับพีท ทองเจือ และลงนามสัญญาเป็นนักแสดงช่องสามในปี พ.ศ. 2549

ในปี พ.ศ. 2550 เฌอมาลย์แสดงในภาพยนตร์เรื่อง รักแห่งสยาม ในบท จูน และ แตง ซึ่งจากบทบาทนี้ทำให้เธอได้รับรางวัลผู้แสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม จากหลายเวทีอย่าง รางวัลภาพยนตร์แห่งชาติ สุพรรณหงส์ ครั้งที่ 17, รางวัลภาพยนตร์ไทย ชมรมวิจารณ์บันเทิง ครั้งที่ 16 และ สตาร์เอนเตอร์เทนเมนต์อวอร์ดส 2007 ครั้งที่ 6

ในปี พ.ศ. 2551 เฌอมาลย์ได้เป็นส่วนหนึ่งของการแสดงภาพยนตร์สี่แพร่ง ในตอนเที่ยวบิน 224 ในบทพิม โดยได้รับรางวัลเฉลิมไทยอวอร์ด ครั้งที่ 6 สาขานักแสดงหญิงในบทสมทบจากภาพยนตร์ไทยแห่งปี

ในปี พ.ศ. 2553 เฌอมาลย์แสดงในภาพยนตร์เรื่อง ชั่วฟ้าดินสลาย คู่กับ อนันดา เอเวอริ่งแฮม กำกับโดย หม่อมหลวงพันธุ์เทวนพ เทวกุล และในปีถัดมาก็แสดงในภาพยนตร์เรื่อง อุโมงค์ผาเมือง โดยแสดงคู่กับอนันดา และกำกับโดยหม่อมหลวงพันธุ์เทวนพเช่นเดิม

ในปี พ.ศ. 2557 เฌอมาลย์เป็นเมนเทอร์ 1 ใน 3 คนของรายการ เดอะเฟซไทยแลนด์ ซีซัน 1 ในปีเดียวกัน เธอยังได้รับบท กั้ง ในละครเรื่อง สามีตีตรา ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากในขณะนั้น และรับบท ครูแอน ในภาพยนตร์โรแมนติกเรื่อง คิดถึงวิทยา

ในปี พ.ศ. 2560 เฌอมาลย์หมดสัญญาการเป็นนักแสดงกับสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ในวันที่ 17 พฤษภาคม เธอให้สัมภาษณ์ว่าตนเองนั้นจะเป็นนักแสดงอิสระอย่างถาวร[11] ในปีเดียวกันเธอได้รับบทรสในละครเรื่องความรักครั้งสุดท้าย ถือเป็นละครเรื่องแรกของเธอหลังจากที่เป็นนักแสดงอิสระ ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ช่องจีเอ็มเอ็ม 25

ในปี พ.ศ. 2561 เฌอมาลย์ได้รับการเป็นเมนเทอร์ให้กับรายการเดอะเฟซไทยแลนด์อีกครั้งในซีซันที่ 4 ต่อมาเธอได้โพสต์รูปภาพบนอินสตาแกรมส่วนตัวในข้อความว่า “ขอลาออก” ใต้คำบรรยายรูปภาพว่า “ความยุติธรรมไม่มี” และเธอได้ปรากฏตัวในรายการครั้งสุดท้ายคือตอนออกอากาศตอนที่ 10

ชีวิตส่วนตัว

เฌอมาลย์ได้เปลี่ยนชื่อจริงเป็น “ไลลา บุญยศักดิ์” จากความประสงค์ของมารดา และเคยใช้ชื่อดังกล่าวในวงการพักหนึ่งแต่ไม่ชอบ ภายหลังจึงใช้ชื่อในการแสดงว่า “เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์” ส่วนชื่อในบัตรประชาชนยังคงชื่อ ไลลา บุญยศักดิ์ ตามเดิม

เธอเคยคบหาณัฐเศรษฐ์ พูนทรัพย์มณี ต่อมาได้คบหากับปกรณ์ ลัม 4 ปี แล้วเลิกราในปี พ.ศ. 2550 ต่อมาได้คบหากับนาวิน เยาวพลกุล ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2554-2556[14] และต่อมาได้คบหากับจอห์น ชาวจีน-อิตาลี และเลิกคบหาในปี พ.ศ. 2559

เฌอมาลย์เคยได้สัมภาณ์กับนักข่าวของเดอะสแตนดาร์ดในปี พ.ศ. 2561 ว่าเธอเคยป่วยเป็นโรคซึมเศร้าในช่วงอายุ 19 ปี และกลับมาป่วยอีกครั้งในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา

 

การวิพากษ์วิจารณ์

ในปี พ.ศ. 2555 เฌอมาลย์ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากจากกรณีการหนีภาษี หลังจากที่ใช้บัตรประชาชนของผู้อื่นมารับค่าตอบแทนเพื่อเลี่ยงการจ่ายภาษีในส่วนเกิน จากข่าวฉาวเกี่ยวกับการพูดโดยไม่คิดและการหนีภาษี[18] สื่อมวลชนจึงตั้งฉายาให้กับเธอสำหรับปีนั้นว่า “ปากปลาร้าหน้าเป๊ะ”

ในปี พ.ศ. 2557 สื่อมวลชนจำนวนหนึ่งรวมตัวไม่ทำข่าวเกี่ยวกับเธอ เนื่องจากเธอนั้นได้ดึงแขนนักข่าวบันเทิงรายหนึ่งระหว่างให้สัมภาษณ์ เพราะไม่พอใจกับคำถามที่ยุแยงให้เกิดความขัดแย้ง ทั้งยังยืนกรานว่าเธอไม่ใช่คนผิด และไม่ยอมขอโทษ

 

 

เรียกได้ว่าชีวิตช่วงนี้ดี๊ดี ลงตัวสุดๆ ทั้งเรื่องงาน เรื่องธุรกิจ รวมไปถึงเรื่องราวความรัก สำหรับสาว
แซ่บสุดมั่น พลอย เฌอมาลย์ แถมตอนนี้ละครที่ออนแอร์ก็ปังเป็นพลุแตกกระแสตอบรับดีเกินคาด แต่เพราะผู้กำกับมักยื่นบทดราม่า ร้ายๆ หนักๆ มาให้ตลอด จนเจ้าตัวออกปากแล้วว่าไม่ไหว

จนล่าสุด สาวพลอย ได้โพสต์แจ้งข่าวแฟนๆ ในอินสตราแกรม ระบุว่า ” ยืนหนึ่งเรื่องบทบาทเจ้าน้ำตากับความร้าย… จริงๆ แล้วเป็นคนตลกนะ บอกหลายครั้งแล้วแต่ไม่มีคนจ้างไปให้เล่นตลกเลย ทำมัยว้า #ฝันที่แม่เคยฝัน #ละครเรื่องสุดท้ายของมัม #เรยา_ดอกส้มสีทองภาคอวสาน_ไม่ใช่ละครรีเมค_ถ่ายเถาสุจริตกุล_ช่อง8_แม็กซ์เมจิกเอ็นเตอร์ไพรส์ดำเนินงาน_สถาพรนาควิไลโรจน์_กำกับการแสดง @photo_bymama”

 

ซึ่งละคร #เรยา2020 จะเป็นละครเรื่องสุดท้ายของมัม โดยสาวพลอย ยังได้บอกอีกว่า ” ขอพักไปยาวๆๆๆๆๆ นะ น้องเหนื่อยแล้ว”

 

ซึ่งเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา สาวพลอย ก็เคยพูดไว้ว่า หลังถ่ายละครเรื่องสุดท้ายจบ (เรยา_ดอกส้มสีทอง) ก็จะขอวางแพลนพักงานละครอย่างน้อย 7 เดือนเพราะเล่นดราม่าไม่ไหวแล้วจริงๆ ยังแอบแซว ตัวเองว่าค่าช่อมหน้าแพงมาก หากผู้จัดคนไหนยื่นบทเบาๆ แบบตลกๆ มาบ้างเธอก็ยินดี

 

 

 

 

More in ข่าว / เทรนด์ใหม่ๆ

error: Alert: ไอทิต เองมันร้าย