Connect with us

ข่าว / เทรนด์ใหม่ๆ

อาชีพในปี 2020

เรียกได้ว่าช่วงเวลานี้ ก่อนจะถึงปี 2563 คนที่ยังไม่มีงานทำ นักศึกษาที่กำลังจะจบ คงมองหาโอกาสในการทำงานที่ขอบอกว่ายุคนี้มีความเสี่ยงกว่าเมื่อก่อนมาก เดี๋ยวนี้คนไม่อาจเลือกงานแต่บางทีงานกลับเลือกคนจากปัญหาในหลายๆด้านทั้งภาวะเศรษฐกิจที่ดีนัก ผู้ประกอบการจำเป็นต้องลดต้นทุนตัวเองในหลายๆ ด้าน ไหนจะเรื่องการเข้ามาของเทคโนโลยีที่มีผลต่อการใช้แรงงานคน

 

มองว่าปี2563 มีหลายอาชีพที่เสี่ยงตกงานมากขึ้น และเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจว่าปี 2563 นี้จะเลือกทำงานในทิศทางไหนถึงจะไปรอดลองมาดูข้อมูลเหล่านี้กันสักเล็กน้อย

ผู้สันทัดกรณีในแวดวงเศรษฐกิจคาดว่า ปี 2563 ภาพเศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวแบบตัวยู ( U-Shape)โดยประเมินว่าผลิตมวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ไตรมาสแรกของปี 2563 จะเติบโตเพียง 2.3% สอดคล้องกับข้อมูลจากศูนย์พยากรณ์ประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจไทยที่เชื่อว่าในปี 2563 เศรษฐกิจจะขยายตัวในระดับ 3.1% ซึ่งเป็นการเติบโตในทิศทางที่ลดลงหากเทียบกับหลายปีก่อน

อีกทั้งยังเป็นยุครอยต่อของเทคโนโลยีใหม่ที่จะเข้ามาแทนที่เทคโนโลยีรูปแบบเดิม ทั้งในรูปแบบของผลิตภัณฑ์ใหม่ และกระบวนการใหม่ ซึ่งมาพร้อมกับเศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจในประเทศชะลอตัว ทุกอาชีพต้องเตรียมความพร้อมรับมือกับการถูก digital disruption

และนี่คือ 10 อาชีพที่เสี่ยงตกงานมากที่สุด

1. พนักงานขายร้าน CD/DVD

จากที่เคยเฟื่องฟูในยุคหนึ่งที่มีหลายแบรนด์เข้ามาลุยตลาดร้านเช่า CD/DVD ไม่ว่าจะเป็น แมงป่อง , DNA , Tsutaya ฯลฯ แต่ถึงตอนนี้ร้านเหล่านี้ถูกกระแส Digital Disruption อย่างเต็มรูปแบบ บางรายถึงกับต้องเลิกกิจการในเมืองไทย บางรายต้องปรับเปลี่ยนไปสู่ระบบดิจิทัล เป็นเหตุผลว่าการหางานในยุคใหม่ไม่ควรเสี่ยงกับธุรกิจด้าน CD/DVD ที่ยอดการใช้งานของคนลดลงอย่างมากเพราะทุกวันนี้มีหนังออนไลน์ให้เลือกดูได้ตามโทรศัพท์มือถือและในคอมพิวเตอร์มากขึ้น

2. กลุ่มสื่อสารมวลชนทุกแขนง

กลุ่มธุรกิจโทรทัศน์ก็ถูกกระแส Digital Disruption เข้าไปเต็มๆ เหมือนกัน จากข่าวในปี 2562 ทั้งการขอคืนใบอนุญาติทีวีดิจิทัล และการปลดพนักงานของสถานีโทรทัศน์ต่างๆ สมัยก่อนวิชาที่คนส่วนใหญ่เลือกเรียนคือนิเทศศาสตร์เอกวิทยุ โทรทัศน์ โฆษณา วารสาร ประชาสัมพันธ์ แต่ยุคนี้อะไรๆที่เปลี่ยนไป การเลือกทำงานในกลุ่มสื่อสารมวลชนมีความเสี่ยงที่จะตกงานมากขึ้น

3. พนักงานสถาบันการเงิน

ค่านิยมในอดีตพ่อแม่อาจเคยสอนให้ลูกเรียนหนังสือเยอะๆโตขึ้นมาจะได้ทำงานดีๆ บางคนดีใจได้เห็นลูกเป็นสาวแบงค์ หนุ่มแบงค์ แต่ปัจจุบันสถานการณ์เปลี่ยนไปถูก Digital Disruption ทำให้ธนาคารเองก็มีความจำเป็นที่ต้องปลดพนักงานและหันไปใช้เทคโนโลยีมากขึ้นไม่ใช่แค่ในประเทศไทยต่างประเทศก็เช่นกันมีรายงานจากข้อมูลจากธนาคารและสหภาพแรงงาน พบว่า ในปีนี้ ธนาคารต่างๆ ประกาศลดพนักงานรวมกันราว 58,200 คน โดยมากที่สุดอยู่ในยุโรป 52,424 คน

4. พนักงานอุตสาหกรรมยานยนต์

อุตสาหกรรมรถยนต์ทั่วโลกคาดการณ์ว่าจะซบเซาอย่างหนักและต่อเนื่องรายงานของ Business Insider ระบุว่า มีการประเมินภาพรวมของตลาดรถยนต์ในปี 2562 มีแนวโน้มจะลดลงถึง 3% เพราะความต้องการของลูกค้าทั่วโลกเริ่มส่อแววว่า จะลดลง และตลอดช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา มีการปลดคนงานในอุตสาหกรรมรถยนต์ไปแล้วมากกว่า 38,000 คน โดยระบุสาเหตุถึงพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของลูกค้า ซึ่งพวกเขาเริ่มมองว่า รถยนต์ไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นอีกต่อไป พวกเขามีสิ่งอำนวยความสะดวกแบบใหม่ที่เรียกว่า Uber หรือ DriveNow ที่ช่วยทำให้ชีวิตของพวกเขาง่ายขึ้น และการมีรถยนต์เริ่มเป็นภาระมากขึ้น หรืออย่างในประเทศไทยเราก็เห็นอุตสาหกรรมยานยนต์หลายแห่งประกาศปิดกิจการหรือเลย์ออฟพนักงานเพื่อเป็นการลดต้นทุนของตัวเอง

5. ร้านค้าปลีก

ร้านค้าปลีกที่ได้รับผลกระทบอยู่ในส่วนของร้านค้าแบบดั้งเดิมที่ไม่ยอมพัฒนาตัวเองตามกระแส ยังยึดติดอยู่กับโมเดลธุรกิจเดิมๆ ขายของแบบเดิมๆ คุณภาพในการบริการแบบเดิมๆ ไม่สอดคล้องกับความต้องการของคนยุคใหม่ พนักงานในร้านค้าปลีกที่เป็นเช่นนี้จะได้รับผลกระทบอย่างมาก ในทางกลับกันร้านค้าปลีกอีกหลายแห่งที่ปรับตัวเองไปข้างหน้า เริ่มสร้างรายได้จากช่องทางออนไลน์และรูปแบบร้านที่ทันสมัยพนักงานในกลุ่มนี้ก็อาจจะมีความเสี่ยงในการตกงานที่ลดลง

 

6. พนักงานเคาน์เตอร์เซอร์วิส

ในยุคที่เทคโนโลยียังไม่เฟื่องฟูเคาน์เตอร์เซอร์วิส คือจุดบริการที่คนส่วนใหญ่ให้ความสนใจในการทำธุรกรรมต่างๆ ที่ยุคนั้นถือว่าสะดวกและรวดเร็วที่สุด แต่สมัยนี้บอกเลยว่าไม่ทันใจกับการเข้ามาของเทคโนโลยีและบรรดาแอพพลิเคชั่นต่างๆที่ทำให้เราง่ายและสะดวกยิ่งกว่า ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนเมื่อไหร่ ก็จ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ต่อภาษีรถยนต์ พรบ. ฯลฯ ได้อย่างสะดวกมากขึ้น ยังไม่นับรวมบรรดาแฟรนไชส์สายบริการที่ผุดขึ้นมาราวกับดอกเห็ด งานเคาน์เตอร์เซอร์วิส แบบยุคเก่าจึงตกกระป๋องไปโดยปริยาย

 

7. อาชีพที่เกี่ยวกับเด็กและเยาวชน

การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุก็มีผลกระทบต่ออาชีพที่เกี่ยวกับเด็กและเยาวชนที่เมื่อก่อนอัตราคนเกิดมากขึ้นผู้สูงอายุมีน้อย ธุรกิจเกี่ยวกับเด็กจึงเติบโต แต่ทุกวันนี้สวนทาง เด็กเกิดน้อยลง คนสูงอายุมากขึ้น อาชีพที่กระทบ เช่น เนอสเซอร์รี่ ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเด็ก รวมไปถึงพี่เลี้ยงเด็ก และแม้แต่อาชีพครูก็ได้รับผลกระทบโดยตรงกับเรื่องนี้เช่นกัน

 

8. นักเศรษฐศาสตร์ นักรัฐศาสตร์ นักสังคมศาสตร์

สมัยก่อนนิยมให้บุคลากรเหล่านี้ในการวิเคราะห์และแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในองค์กร แต่ปัจจุบันกระแสเทคโนโลยีทำให้องค์กรสามารถใช้ระบบวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ ได้แม่นยำมากขึ้น ลดการใช้งานคนในตำแหน่งเหล่านี้ และยังเป็นการลดค่าใช้จ่ายของธุรกิจได้มากขึ้น อาชีพเหล่านี้จึงมีความเสี่ยงตกงานในยุคนี้มาก

 

9. อาชีพที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการผลิต อาชีพตรวจคุณภาพสินค้า

เช่นเดียวกันกับการ QC สินค้าที่เมื่อก่อนใช้แรงงานคนเป็นหลักในการตรวจสอบสินค้า แต่เมื่อกระแสเทคโนโลยีก้าวเข้ามา การทำงานด้วยระบบต่างๆ มีความชัดเจนและแม่นยำกว่า ที่สำคัญลดขั้นตอนและค่าใช้จ่ายได้มาก และยังมีประสิทธิภาพมากกว่า นั่นคือสาเหตุที่คนเลือกทำอาชีพนี้ในยุคนี้เสี่ยงตกงานสูงมาก

 

10. พนักงานโรงงาน

รายงานจากสำนักงานสถิติแห่งชาติระบุว่า ภาวะการทำงานของประชากรที่อยู่ในกำลังแรงงาน 38.42 ล้านคน เป็นผู้มีงานทำ 37.78 ล้านคน เป็นแรงงานในภาคเกษตรกรรม ภาคการผลิต ภาคบริการ และการค้า ผู้ว่างงานมีจำนวน 3.77 แสนคน หรือ 1% ของกำลังแรงงานรวม และข้อมูลจากสภานายจ้างหลายแห่งมีข้อมูลตรงกันว่า การจ้างงานอยู่ในช่วงชะลอตัว ไม่รับคน มีการเปิดให้สมัครใจลาออก บางแห่งมีการปลดคน 500 – 600 คนแบบเงียบๆ การจ้างงานในปี2563 ภาพการปลดคน การจ้างงานยังจะลดลงต่อเนื่องและแรงขึ้น พนักงานโรงงานจึงมีความเสี่ยงที่คนจะตกงานมากที่สุดในรอบ 10 ปี เพราะประเทศไทยพึ่งพาการส่งออก แต่เศรษฐกิจโลกหดตัวลง จึงมีผลกระทบกันตามมาในทุกอุตสาหกรรม

 

และก็ไม่ใช่แค่ 10 อาชีพเหล่านี้ที่เสี่ยงจะตกงาน แม้แต่คนที่ทำงานอยู่แล้วและมั่นใจว่าเป็นเก่าแก่มีประสบการณ์ ก็จำเป็นปรับตัวให้มีคุณค่ามากขึ้น หาทักษะคอมพิวเตอร์ หรืออาชีพเสริม อย่าเกี่ยงงาน เพราะอายุมากแล้ว ค่าแรงสูง และ อีกกลุ่มที่เสี่ยงตกงานเป็นอย่างมาก คือนักศึกษาที่กำลังจะจบใหม่ในปี 2563 โดยเฉพาะสายสังคมศาสตร์ เนื่องจากปัจจุบันผู้ที่มีการศึกษาระดับปริญญาตรีมีอัตราการตกงานอยู่แล้ว 1.8 – 2 แสนคน ปีหน้าจะมีผู้ที่จบการศึกษาในระดับปริญญาตรีถึง 3 แสนคน ทำให้มีความเสี่ยงมากยิ่งขึ้น

 

 

 

More in ข่าว / เทรนด์ใหม่ๆ

error: Alert: ไอทิต เองมันร้าย