Connect with us

ข่าว / เทรนด์ใหม่ๆ

ผลงานของ คนบันเทิง

สำหรับดารา-นักแสดง และนางแบบที่มีชื่อเสียงและมากความสามารถอย่าง “แอน มรกต มณีฉาย” ดารา-นักแสดงที่หลายๆคนรู้จักกันเป็นอย่างดี โดยเฉพาะหนุ่มๆเรียกได้ว่า “แอน มรกต มณีฉาย” เป็นขวัญใจเลยทีเดียวแหละ

ล่าสุด (2 ต.ค. 63) อดีตนักแสดงและนางแบบชื่อดัง แอน-มรกต มณีฉาย ได้ออกมาเปิดใจถึงประเด็นดราม่าดังกล่าว โดยอ้างว่าเธอคือหนึ่งในผู้เสียหายและต้องการเรียกร้องให้อีกฝ่ายนำเงินมาคืนให้เร็วที่สุด เนื่องจากเธอเองก็มีความจำเป็นที่จะต้องใช้เงินในการรักษาตัวจากอาการป่วยโรคต่อมหมวกไตและระบบฮอร์โมนในร่างกายเช่นกัน

ส่วนเรื่องการดำเนินคดี แอน มรกต เผยว่า ณ ตอนนี้ยังไม่ได้มีการแจ้งความใดๆ กับคู่กรณี เพราะอยากให้โอกาสจนถึงที่สุดก่อน แต่ถ้าหากอีกฝ่ายยังไม่มีท่าทีเคลื่อนไหวหรือแสดงความรับผิดชอบใดๆ สุดท้ายแล้วก็คงต้องให้กฎหมายเข้ามาช่วยจัดการ

เรารู้จักกับแม่ของน้องนางงามได้อย่างไร ?

“กับแม่ของน้องนางงามเราเคยรู้จักกันมาก่อน เคยเจอกันตามงานต่างๆ ก็เคยพูดคุยกันอยู่ค่ะ น่าจะประมาณ 2-3 ปี แต่ถามว่าทำไมถึงไว้ใจ เอ่อ…คือเราเป็นคนวงการเดียวกัน และลูกสาวเขาก็เป็นคนมีชื่อเสียง เราเลยรู้สึกว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร”

เขามาชักชวนเราให้ร่วมทำธุรกิจหรืออะไรยังไง ทำไมถึงเกิดปัญหาขึ้น ?

“ก่อนหน้านั้นเขาทักแชทมาค่ะและเขาก็บอกว่าเขากำลังทำโมเดลลิ่ง จากนั้นเขาก็ถามอีกว่าแอนสนใจไหม ถ้าหากแอนสนใจก็ให้มาคุยกัน หลังจากนั้นเราเลยได้นัดคุยกันเป็นเรื่องเป็นราว ซึ่งตอนที่คุยกันเขาเองก็ได้เล่ารายละเอียดหลายๆ อย่างให้ฟังว่ามีงานลักษณะอะไรบ้าง”

ตอนนั้นเขาชวนเราทำงานในรูปแบบบริษัทหรือว่ายังไง ?

“เป็นบุคคลค่ะ คือเขาทำตรงนี้อยู่แล้ว เพียงแค่เขาขาดในเรื่องของทุน เขาบอกว่าเงินเขาจม และถ้าหากมีทุนเขาก็จะได้เริ่มขายจ็อบเลย เพราะแค่ 3-4 จ็อบ ก็ฟื้นแล้ว ตอนนั้นพอเราฟังเราก็รู้สึกว่าอยากให้โอกาสเขา และเราก็อยากจะลองทำงานใหม่ๆ เช่นเดียวกัน อีกอย่างเขาเป็นคนที่รู้จักอยู่แล้วด้วย สุดท้ายเราก็เลยตัดสินใจว่าจะลองทำดู”

เบื้องต้นเราลงเงินไปจำนวนเท่าไหร่ ?

“ช่วงแรกๆ ก็จะเป็นหลักหมื่นค่ะ ซึ่งพอจ็อบแรกผ่านไปเราก็ได้เงินคืนกลับ มันเลยทำให้เรามั่นใจมากขึ้น แต่พอผ่านจ็อบแรกๆ ไปแล้ว และถึงเวลาครบดีลที่เราต้องทวงถามว่าเงินเข้าบัญชีไหม หรือเช็กมีปัญหาหรือเปล่า ถ้ามีแล้วพี่อย่าลืมโอนให้แอนนะ คือเราคุยกันแบบนี้ตลอด แต่มันกลายเป็นว่าเราก็ได้รับการผลัดผ่อนตอบกลับมา อย่างเช่น เดี๋ยวจัดการให้ เดี๋ยวเคลียร์ให้ แต่สุดท้ายก็ไม่เคลียร์”

หน้าที่ของเราในการทำงานครั้งนี้คืออะไร ?

“เป็นพาร์ทเนอร์ค่ะ ก็คือลงทุนร่วมกันและช่วยกันดูแล แต่ที่นี้คือเรายังไม่มีโอกาสได้เข้าไปทำอะไรเลย เพราะเขาบอกว่างานนี้เป็นงานเก่าที่เขาดีลไว้แล้ว เราเลยเข้าไปทำอะไรไม่ได้”

ช่วงที่เขาผลัดผ่อนเรายังติดต่อเขาได้เรื่อยๆ ไหม ?

“ติดต่อทุกวัน คุยกันทุกวัน และเขาก็ผัดผ่อนทุกวันเหมือนกัน เขาไม่ได้แจ้งสาเหตุเลยว่ามีปัญหาอะไร เขาบอกแค่ว่าเดี๋ยวเขาเคลียร์ให้ เราก็ได้แต่รอเขาทุกวัน แต่ก็ไม่โอนให้สักที”

ตอนที่เขาเริ่มผลัดมาเรื่อยๆ แบบนี้ ตัวเราเองรู้สึกเอะใจบ้างไหม ?

“เริ่มเอะใจค่ะ คือมันถึงกำหนดดีลแล้วและเขาก็บอกว่าเงินเข้าแล้ว แต่ทำไมเขาถึงยังไม่โอนเงินให้เรา ทำไมไม่เคลียร์เงินให้เรา ตรงนี้เราเลยเริ่มรู้สึกว่าเราได้กลิ่นแปลกๆ หลังจากนั้นเราก็เลยเริ่มตรวจสอบดูว่ามีใครลงทุนบ้าง และก็เริ่มเช็กข้อมูลต่างๆ จนเจอกับคนที่เขาร่วมลงทุนด้วย ซึ่งมีหลายคนเลยทีเดียว และพอได้คุยกันก็ปรากฏว่าจ็อบที่เขาขายงานให้เรา มันเป็นจ็อบที่เคยทำผ่านมาแล้ว และก็ไม่ได้ทำจริงในปัจจุบัน บางงานก็คือเคยทำแต่ว่ามันผ่านมานานแล้ว แล้วะก็ไม่ได้มีแล้วด้วย มันเลยทำให้เราแปลกใจว่าการที่เขาชวนเราลงทุนในธุรกิจนี้ แต่ไม่ได้เอาเงินไปทำธุรกิจจริงๆ แล้วคุณเอาเงินไปทำอะไรกันแน่”

ยอดเงินที่เขาค้างเราตอนนี้มูลค่าประมาณเท่าไหร่ ?

“แสนกว่าบาทค่ะ”

ตอนนี้ใช้คำว่าแตกหักได้ไหมสำหรับเราทั้งคู่ ?

“ยังคุยได้ค่ะถ้าเขาพร้อมที่จะรับผิดชอบ เราไม่ได้มีปัญหาอะไรอยู่แล้ว และเราก็พร้อมที่จะเคลียร์ตลอดเวลา”

ตัวเราเองได้ติดต่อไปพูดคุยกับลูกๆ ของเขาบ้างไหม ?

“แอนไม่ได้คุยค่ะ คือมันเป็นเรื่องของแม่ แอนเลยไม่อยากจะยุ่งกับลูกของเขา คนในครอบครัวเขาต้องไปคุยกันเองว่าเขาจะเคลียร์กันยังไง”

ทิศทางของคนในกลุ่มตั้งใจว่าจะทำอย่างไรกับเรื่องนี้ ?

“บางส่วนก็ดำเนินการในเรื่องของกฎหมายไปแล้วค่ะ แต่ว่าแอนยังไม่ได้ดำเนินการอะไร เพราะแอนก็มีกำหนดไว้ในใจของแอนแล้วเหมือนกัน คือภายในอาทิตนี้แอนอยากให้เขาเคลียร์ตัวเอง และถ้าเขาไม่เคลียร์จริงๆ แอนก็คงต้องขอดำเนินการตามกฎหมาย กฎหมายมันมีค่ะ คือแอนไม่ได้อยากขึ้นศาล ไม่ได้อยากให้ใครต้องติดคุกนะคะ สิ่งเดียวที่แอนต้องการคือต้องการเงินคืนค่ะ”

เห็นว่าตัวเราเองก็ลำบากเพราะต้องใช้เงินในการรักษาสุขภาพด้วย ?

“ก็คือแอนมีปัญหาในเรื่องของต่อมหมวกไตค่ะ และก็เรื่องของระดับฮอร์โมน แอนต้องรับประทานยาควบคู่กันเพื่อปรับระดับฮอร์โมน และก็กระตุ้นการทำงานของต่อมหมวกไตให้กลับมาเป็นปกติ ไหนจะมีปัญหาเรื่องผมร่วงอีก คือมันมีปัญหาสุขภาพของเราที่เราต้องดูแลทุกๆ เดือน ค่าใช้จ่ายมันค่อนข้างสูง แค่เฉพาะปีนี้ก็ 4-5 แสนบาทแล้ง แอนจำเป็นต้องใช้เงินค่ะ”

เรียบเรียงโดย                            thaimarketing

More in ข่าว / เทรนด์ใหม่ๆ

error: Alert: ไอทิต เองมันร้าย