Connect with us

ข่าว / เทรนด์ใหม่ๆ

ณเดชน์ เข้ากราบนมัสการ

สำหรับ ณเดชน์ คูกิมิยะ ซุปตาร์ชายขวัญใจมหาชน นอกจากความสามารถในด้านงานวงการบันเทิงแล้ว สิ่งสำคัญที่ทำให้แฟน ๆ ประทับใจมากขึ้นไปอีกคืออุปนิสัยส่วนตัวที่เป็นคนน่ารัก ใช้ชีวิตเรียบง่าย ทั้งการแต่งตัว ชีวิตความเป็นอยู่

ณเดชน์ คูกิมิยะ มีชื่อเดิมว่า ชลทิศ ยอดประทุม ชื่อเล่น แบรี่ เขาเกิดวันที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2534 เป็นนักแสดงและนายแบบลูกครึ่งไทย-ออสเตรีย

เดิมที่มีชื่อเล่นว่า “แบร้นด์ (Brand)” ซึ่งเป็นชื่อเดิมที่บิดาชาวออสเตรียตั้งให้ แต่เนื่องจากอ่านออกเสียงค่อนข้างยาก ครอบครัวของเขาจึงเรียกเพี้ยนมาเป็น “แบรี่” ซึ่งมีความหมายว่า “สิ่งที่อยู่บนท้องฟ้า”

บิดาบังเกิดเกล้าของณเดชน์เป็นชาวออสเตรีย และมารดาบังเกิดเกล้าเป็นน้องสาวแท้ๆ ของสุดารัตน์ คูกิมิยะ หรือ แม่แก้ว ซึ่งเป็นมารดาบุญธรรมของเขาในปัจจุบัน ส่วนบิดาบุญธรรมของเขาก็คือ คุณโยชิโอ คูกิมิยะ ทำงานเป็นวิศวกรไฟฟ้า หลังจากโยชิโอและสุดารัตน์รับอุปการะณเดชน์เป็นบุตรบุญธรรม จึงได้เปลี่ยนชื่อจาก ชลทิศ ยอดประทุม เป็น ณเดชน์ คูกิมิยะ ทั้งนี้ณเดชน์จะสนทนากับโยชิโอด้วยการใช้ภาษาไทยกับภาษาอังกฤษเท่านั้น! ไม่สามารถพูดภาษาญี่ปุ่นกับ

พ่อและแม่ที่แท้จริงของณเดชน์ได้แยกทางกันตั้งแต่ณเดชน์ยังเด็ก ๆ และณเดชน์ก็ไม่เคยเจอหน้าพ่อแท้ ๆ เขาเริ่มสงสัยที่มาที่ไปของตัวเองมาตั้งแต่เรียนอยู่ชั้นอนุบาล จนกระทั่ง ม.2 หลังโดนเพื่อนทักว่าทำไมหน้าตาไม่คล้ายคนญี่ปุ่น ณเดชน์จึงมาถามความจริงกับสุดารัตน์ (น้องสาวของแม่แท้ ๆ ของ ณเดชน์) จนทราบเรื่อง โดยณเดชน์ก็ยอมรับเรื่องดังกล่าว อีกทั้งยังรักและเคารพพ่อและแม่บุญธรรมเหมือนเดิม พร้อมกับยกย่องพ่อบุญธรรมชาวญี่ปุ่นเป็นฮีโร่ในดวงใจ และถือว่าตัวเองก็เป็นลูกครึ่งญี่ปุ่นด้วย

ณเดชน์ คูกิมิยะ เข้ากราบนมัสการ หลวงปู่ทอง ปภากโร ที่วัดบ้านคูบ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งนอกจากจะไปทำบุญถวายสังฆทาน พร้อมปัจจัยแล้ว ยังมีโอกาสได้เห็นความสมถะของพระสงฆ์ ที่มีอายุถึง 114 ปี หลวงปู่ผู้ซึ่งไม่มีโรคใด ๆ นอกจากนี้แม่แก้วยังได้เผยถึงความรู้สึกหลังได้เข้ากราบนมัสการหลวงปู่ทองและความอ่อนโยนของ ณเดชน์ อีกด้วย

แม่แก้วเล่าว่า เป็นบุญที่ได้รับใช้ และเป็นบุญที่ได้เห็นความเป็นสมถะของพระสงฆ์ที่มีอายุตั้ง 114 ปี ที่ยังช่วยดูแลประคองสังขารของตัวเองได้ โดยปราศจากโรค สายตาดี หูได้ยินดีดี พูดชัดเจนดี แต่เปล่งเสียงเบา ช้าลง เราเห็นแล้วรู้สึกเป็นบุญต่อใจ และขอส่งบุญนี้ถึงทุกท่าน

หลวงปู่ทองเมื่อท่านแปลงฟันล้างหน้าเสร็จแล้ว ลูกชายยื่นกระดาษทิชชู่ให้ท่านก็รับมาเช็ดหน้า เช็ดปากเรียบร้อย แล้วท่านก็ลุกขึ้นยืนเอง และลูกชายก็พูดขึ้นว่า ช่วยไหมครับ แต่ท่านก็พูดขึ้นว่า ช่วยอะไร และเราก็ได้แต่มองท่าน และเดินตามท่านไปที่กุฏิ

แม่ก็ได้แต่พูดในใจว่า สาธุ สาธุ กับสิ่งที่เรามองเห็นสังขารของหลวงปู่ที่มีแต่หนังหุ้มกระดูก มองเห็นซี่โครงตั้งแต่หัวจรดเท้า โดยปราศจากโรคใด ๆ และหลวงปู่ทองท่านก็ยังเดินได้ ช่วยเหลือช่วยตัวเองได้ดีอย่างน่าอัศจรรย์ กับวัย 114 ปี นับว่าเป็นบุญของเราจริง ๆ ที่ยังมีพระสงฆ์เจ้าที่มีชีวิตอยู่ได้นานมาร้อยกว่าปีให้เราได้กราบไหว้ เป็นบุญของเราจริง ๆ

เรียบเรียงโดย                    thaimarketing

More in ข่าว / เทรนด์ใหม่ๆ

error: Alert: ไอทิต เองมันร้าย