Connect with us

ข่าว / เทรนด์ใหม่ๆ

ผลงาน การเล่นละคร

สำหรับดารา-นักแสดง นายแบบ และเป็นผู้ชายที่รักในการเล่นดนตรีและเสียงเพลงเป็นอย่างมาก หลายคนอาจจะยังไม่ค่อยคุ้นหน้าหนุ่มน้อยคนนี้มากนัก เพราะเป็นดารา-นักแสดงหน้าใหม่ แต่ความตั้งใจในการทำงานเต็มร้อยจ้า

ดาราหนุ่มมาดเซอร์สุดเท่ห์คนนี้ เรียกได้ว่า น่าจะเป็นนักแสดงที่มีอนาคตไกลเลยทีเดียว

เพราะทั้งหน้าตา รูปร่าง ดูดีและหล่อเหลามากๆเลย และน่าจะกลายเป็นขวัญใจสาวๆได้ไม่ยากเลยจ้า

วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับกนุ่มหล่อ คนนี้กันนะจ๊ะ หนุ่มมาดเซอร์คนนี้มีชื่อว่า “หนุ่มไอซ์-ภานุวัฒน์ เปรมมณีนันท์” และได้พิสูจน์ฝีมือในละครสุดเข้มข้น “วาสนารัก” ในบท “กันตพล” พระเอกที่มีชีวิตดราม่าเต็มขั้น ออนแอร์ทางช่อง 3 ออกอากาศไปเพียงไม่กี่ตอนก็ได้รับกระแสตอบรับจากคอละครเป็นอย่างดี

รับบทพระเอกเรื่องแรกในชีวิต ท้าทาย หรือ กดดันแค่ไหน?

“เรื่องนี้เป็นความท้าทายมากๆ เพราะเป็นเรื่องแรกของผมที่ได้รับบทนำเต็มๆ และต้องทำการบ้านหนัก เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เยอะเลย เรื่องความกดดันก็ต้องบอกว่ากดดันมากครับ เพราะอย่างที่ทราบกันว่าจักรวาลนครสวรรค์ที่ผ่านมาแต่ละเรื่องดีมากๆ ส่วนตัวผมเองก่อนจะถ่ายทำก็ไปหาซื้อหนังสือ ทั้ง ทุ่งเสน่หา และ วาสนารัก มาอ่าน มาศึกษาตั้งแต่ก่อนเรื่อง ทุ่งเสน่หาจะออนแอร์เลย เพราะอยากจะไล่เส้นเรื่องทั้งหมดให้ดี เพราะตัวละครค่อนข้างจะเยอะมาก เราอยากรู้ความเป็นมาของแต่ละคนด้วยครับ”

“ยิ่งพอมีคำว่า “พระเอก” เข้ามาทำให้ความกดดันเพิ่มขึ้นมากๆ เพราะผมเองอาจจะยังไม่ได้เป็นที่รู้จักของผู้ชมสักเท่าไหร่ หลายคนไม่รู้ว่าผมเป็นใคร มาจากไหน แล้วอยู่ๆ มารับบทเป็นตัวหลักเลย แต่ผมก็พยายามทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดครับ” “ส่วนนางเอก ได้มาเจอ ณิชา เขาน่ารักมาก ผมก็บอกเขาว่า “ณิชาช่วยพี่ด้วยนะ” (หัวเราะ) เพราะเราใหม่และเกร็งมากจริงๆ กังวลมาก ซึ่งเขาก็น่ารักมาก ช่วยสอน ช่วยบอกผมในหลายๆ อย่างเลย”

ตัวละคร “กันตพล” ดราม่าหนัก ทำการบ้านหนักไหม?

“ผมก็ไม่เคยเล่นดราม่ามาก่อนในชีวิต แล้วตัวกันตพล คือ เขาดราม่ามากๆ ตั้งแต่เรื่องพ่อ และมาเรื่องความรักก็มาเจอความรักที่เป็นไปไม่ได้อีก พอเริ่มถ่ายทำก็ต้องเข้าซีนดราม่ากับ แม่ก้อย ทาริกา เลย ตอนนั้นยอมรับเลยครับว่าเครียดมากๆ เครียดอยู่ 2-3 วัน ไม่รู้จะเล่นออกมาได้ไหม แล้วยิ่งต้องเข้ากับนักแสดงรุ่นใหญ่เราก็ยิ่งกังวลใหญ่”

“แต่พอเข้าฉากจริงๆ แม่ก้อยก็สอนผมเยอะมากครับ แม่บอกว่าให้ทิ้งความกังวลไปให้หมดและโฟกัสกับบท โฟกัสที่คนข้างหน้าเยอะๆ ซึ่งก็ได้ผลจริงๆ ครับ ต้องขอบคุณแม่ก้อย และนักแสดงทุกคนที่สอนผมเลย”

ย้อนกลับไปก่อนที่จะมารับบทพระเอกเรื่องนี้ ไอซ์ ทำอะไรมาบ้าง?

“จริงๆ ผมอยู่กับช่อง 3 มา 4-5 ปีแล้วครับ ผมเคยนอยด์ๆ กับการที่คนเข้ามาวิจารณ์เหมือนกันว่าทำไมเหมือนเพิ่งเข้าวงการมาถึงได้มาเป็นพระเอกเลย แต่จริงๆ ผมอยู่ในวงการมาสักพักแล้วครับ ช่วงเวลาก่อนหน้านี้ผมก็พยายามพัฒนาตัวเองเพื่อให้เรามีศักยภาพมากพอที่จะดึงไปใช้งานได้ บางคนไม่รู้ อาจจะคิดว่าผมมาใหม่ปุ๊บแล้วได้เป็นตัวหลักเลย จริงๆ แล้วไม่ใช่ครับ ผมก็ใช้เวลาเรียนรู้มา เริ่มจากการเป็นนายแบบมาก่อน ก็ทำงานถ่ายแบบ เดินแบบ เก็บประสบการณ์มาเรื่อยๆ”

“เมื่อก่อนตอนยังไม่เข้าวงการผมมองว่าการทำงานในวงการนี้คงไม่เหนื่อยหรอก สบาย ใครๆ ก็ทำได้ แต่จริงๆ ไม่ใช่เลย ไม่เหมือนที่คิดไว้เลย กว่าชิ้นงานแต่ละชิ้นจะออกไปให้ผู้ชมได้ชม กระบวนการมันหนักมาก มันต้องใช้เวลา อย่างผมเองเข้ามาวงการ กว่าจะได้เริ่มมีผลงานจริงๆ จังๆ ก็ต้องใช้เวลา 5 ปี ทุกอย่างไม่ได้มาง่ายๆ”

ช่วงที่ยังไม่มีงานเป็นรูปเป็นร่างเราท้อบ้างหรือยัง?

“ท้อครับ คุณพ่อคุณแม่ก็ห่วงว่าเมื่อไหร่ลูกจะมีงานสักที เพราะมันนาน เข้าปีที่ 5 แล้วนะ ตัวผมเองก็ถอดใจ ไม่อยากอยู่ในวงการบันเทิงแล้ว อย่างช่วงปี สองปีแรก ความรู้สึกผม คือ ไม่เคยเข้าใจเลยว่าเราต้องทำยังไง หรือ ทำเท่าไหร่ถึงจะสำเร็จในงานที่เราทำสักที แต่พอเข้าปีที่ 3 ก็เริ่มเข้าใจว่าทำไมงานยังไม่เข้ามาสักที เราเข้าใจแล้วว่าความจริงศักยภาพเรายังไม่พร้อม ทุกอย่างต้องใช้เวลาจริงๆ”

“พอเริ่มจับจุดได้ สิ่งไหนที่เราขาด เราก็ไปเรียนเพิ่ม ตรงไหนไม่เก่งก็ไปเรียน ทำทุกอย่างเพื่อพัฒนาตัวเอง หาคาแร็กเตอร์ให้ตัวเองให้ชัด ทำตัวให้พร้อมที่สุดสำหรับโอกาสที่จะเข้ามา และพอมีละครติดต่อมา ก็เหมือนว่าไฟในตัวเราก็กลับมาด้วย โชคดีที่ 4 ปี ที่แล้วเรายังไม่ออกจากตรงนี้ไปซะก่อน เพราะถ้าไปตั้งแต่ถอดใจตอนนั้น ผมก็คงไม่มีผลงานนี้”

เราชอบด้านนี้มาตั้งแต่เด็กเลยไหม?

“ครับ ผมมีความตั้งใจตั้งแต่แรกอยู่แล้วว่าอยากทำงานด้านนี้ และพอเราได้เข้ามาอยู่ตรงนี้หลายปีขึ้นเราก็ไม่อยากถอยแล้วด้วย”

คุณพ่อ คุณแม่ เคยบอกให้ไปทำงานอื่นไหม? “5 ปี นี่บอกเกือบทุกวันครับ (หัวเราะ) ถามว่าบั่นทอนจิตใจไหมก็บั่นทอนนะ เพราะสิ่งนี้เป็นสิ่งที่เราตั้งใจมาตลอด และผมอยากทำงานเพื่อดูแลครอบครัวให้ได้ด้วย

แต่ผมเข้าใจความเป็นห่วงของพ่อแม่นะครับ แต่ก็แอบเครียดอยู่เหมือนกัน ผมก็พยายามอธิบายให้ท่านฟังว่าทุกอย่างมันยังไม่ลงตัว ทุกอย่างมันต้องใช้เวลา แต่เอาจริงๆ ท่านก็คงไม่เข้าใจหรอกครับ แต่เราก็ต้องอธิบายให้ท่านฟัง จนวันนี้ที่เรามีงานออกมาแล้ว ท่านก็เข้าใจแล้ว”

ระหว่างที่งานก็ยังไม่สำเร็จตามความตั้งใจ แล้วมีแรงทัดทานจากครอบครัวด้วย เราเอาแรงผลักดันที่ไหนมาเดินหน้าต่อ?

“แรงผลักดันมาจากความตั้งใจของเราต้งแต่แรกนั่นแหละครับ ความตั้งใจของผม คือ ผมอยากหาเงินไปดูแลครอบครัวให้ได้เท่านั้นเอง และเราก็ไม่อยากใช้เงินคุณพ่อคุณแม่ไปวันๆ ความจนมันน่ากลัวครับ”

ครอบครัวเราก็ค่อนข้างลำบากอยู่เหมือนกันใช่ไหม?

“ครับ ครอบครัวผมก็ไม่ได้ร่ำรวยอะไร คุณพ่อผมมีอาชีพเป็นไกด์ หาเลี้ยงครอบครัว แล้วตอนนี้เศรษฐกิจมันแย่มากเลย เอาจริงๆ ก็แย่มานานแล้ว (ยิ้ม) ครอบครัวผมก็ตกอยู่ในภาวะที่แย่มา 5 ปี ผมถึงเข้ามาทำงานตรงนี้ พยายามจะหาเงินไปดูแลครอบครัว ผมต้องลุกขึ้นสู้ ผมไม่ได้เป็นวัยรุ่นที่จะสามารถใช้เงินมากมายได้อะไรแบบนั้นเลย”

เส้นทางในวงการขอเรามันจุดประกายมาจากตรงไหน?

“ตรงที่ผมไปได้ยินคุณพ่อคุณแม่คุยกันเรื่องเงินว่าหมุนเงินไม่ทัน ตอนนั้นผมจำได้เลยเป็นช่วง ตี 2 ผมลงไปปัสสาวะพอดี แล้วได้ยินท่านคุยกันว่าไม่มีเงิน ตอนนั้นใจผมหวิวเลยเพราะก่อนที่จะได้ยินท่านคุยกันผมไม่เคยรับรู้ความลำบากของครอบครัวเลยครับ”

“คำพูดตอนนั้นเหมือนจุดพลิกชีวิตผมเลย ผมไม่อยากเป็นเด็กนั่งเล่นเกมส์เฉยๆ ไปเรียนแต่ก็ไม่ตั้งใจเรียนไปวันวัน ตอนนั้นผมมีความคิดว่าอยากจะทำอะไรสักอย่างเพื่อหาเงินช่วยพ่อแม่ และหันมาตั้งใจเรียนมากขึ้น ผมก็เลยเริ่มไปหาข้อมูล หางานทำ เริ่มจากเดินแบบ ถ่ายแบบ แล้วก็ยาวมาถึงวันนี้ครับ”

เห็นว่าตอนวัยรุ่นเราก็ใช้ชีวิตสุดโต่งมาก?

“เมื่อก่อนผมใช้ชีวิตเละเทะมากครับ เกเร ติดเพื่อน ไม่ตั้งใจเรียน โดดเรียน ต่อยตี ทำเรื่องที่ทำให้แม่ร้องไห้เสมอ ไม่ได้ดีอะไรเลย แต่พอมาเห็นความลำบากของครอบครัวแล้วเรามองพฤติกรรมของตัวเอง ทำให้ผมไม่อยากทำเรื่องเละเทะแบบนั้นอีกเลย เหตุการณ์นั้นพลิกชีวิตผมจริงๆ”

มีเหตุการณ์ไหนที่ย้อนกลับไปมองแล้วรู้สึกเสียใจ?

“เคยเรียนติด 0 เป็น 10 ตัว โดดเรียนไปตีกับโรงเรียนอื่น แล้วเรื่องนี้กลับมาทำร้ายเราโดยที่ วันหนึ่งเรานั่งอยู่คนเดียวแล้วโดนคนประมาณ 8 คนรุมกระทืบ เลือดท่วมเลย แล้วสิ่งที่เห็น คือ เห็นหน้าแม่ที่เขาเสียใจ โกรธจนตัวสั่นว่าใครมาทำลูก เขาร้องไห้ เป็นสิ่งที่ผมย้อนกลับไปมองแล้วเสียใจว่าเราไม่น่าทำแบบนั้นเลย”

“และผมอยากฝากถึงน้องๆ ทุกคนนะครับ ว่า ถ้าเราทำอะไรบางอย่างแค่เพื่อความสนุกโดยไม่นึกถึงคนที่อยู่ข้างหลังเรา คนที่เป็นห่วงเราจริงๆ ผมอยากให้คิดเยอะๆ ลองมองคนรอบข้าง ลองดูว่าสิ่งที่ทำนั้นมันเท่จริงๆ เหรอ สิ่งที่เราทำมันดีแล้วจริงๆ ใช่ไหม ทำแล้วมันจะส่งผลเสียต่ออนาคตเราหรือเปล่า และในอนาคตถ้าเรากลับมาย้อนมองมันเราจะมองมันด้วยความเสียใจไหม”

มีความฝันอะไรไว้ให้ตัวเองและครอบครัวบ้าง?

“ผมอยากสร้างบ้านให้เราได้อยู่ด้วยกัน เพราะตอนนี้คุณพ่อคุณแม่ผมอยู่พัทยา ส่วนผมทำงานอยู่กรุงเทพ ผมอยากมีบ้านให้พ่อแม่แล้วก็มีกิจการอะไรก็ได้เล็กๆ ให้ท่านได้ทำ จะได้ไม่เหงา

อยากให้เรามีความสุขด้วยกัน ก็เป็นความฝันที่ผมกำลังพยายามทำอยู่ครับ ส่วนงานในวงการของผมผมก็จะรันแบบนี้ไปเรื่อยๆ ตอนนี้ผมก็มีกำลังใจมากขึ้น คุณพ่อคุณแม่ก็เริ่มยิ้มได้ ท่านจะตื่นเต้นมากทุกครั้งที่ได้เห็นผมในกิจกรรมของช่อง (หัวเราะ)”

อยากฝากอะไรถึงแฟนๆ และคนที่ติดตามละครของเราบ้าง?

“ขอบคุณทุกคนมากๆ เลยครับ ที่ติดตามผลงานของผม ฝากติดตามละครวาสนารักกันด้วยนะครับ สำหรับใครที่อาจจะยังไม่รู้จักผมมาก่อน ผมก็อยากจะขอฝากให้ทุกคนเป็นกำลังใจ ขอให้เปิดโอกาสให้เด็กคนหนึ่งได้เข้าไปในหัวใจทุกคนด้วยครับ”

เรียกได้ว่า เป็นหนุ่มหล่อที่มีความตั้งใจขนาดนี้ รับรองเลยว่าอยู่ในใจของแฟนๆ ไม่ยากแน่นอนจ้า

เรียบเรียงโดย                                          thaimarketing

More in ข่าว / เทรนด์ใหม่ๆ

error: Alert: ไอทิต เองมันร้าย