Connect with us

ข่าว / เทรนด์ใหม่ๆ

มุกตลกแจ้งเกิดของโรเบิร์ต

หนุ่มใหญ่วัย 52 ปี เจ้าของรูปร่างผอ มบาง ผิวคล้ำ เซตผมเรียบเนี้ยบ หน้าตาท่าทางยียวน น้ำเสี ยงเนิบนาบเป็นเอกลักษณ์ กำลังโด่งดังในโลกโซเชียลมีเดียเเละถูกวัยรุ่นพูด ถึงอย่างมาก หลังเรียกเสี ยงหัวเราะผ่านมุขตลกต่างๆ ที่คาบเกี่ยวกับสิ่งเสพติด เจ้าหน้าที่ตำรวจและห้องขัง

จากเด็กสลัม ไม่ได้เรียนหนังสือ ทำงานเป็นกระเป๋ารถสองเเถว พาชีวิตตัวเองสู่โรงลิเก ก่อนก้าวขึ้นไปเป็นตลกคาเฟ่ จนกระทั่งติดยาเสพติดขั้นรุนเเรงเเทบเอาชีวิตไม่รอด

วันนี้เขากลั บมาเฉิดฉายอีกครั้งในชื่อ “โรเบิร์ต สายควัน” ดาวตลกที่เรียกเสี ยงหัวเราะได้ไม่เป็นสองรองใคร

ลูกครึ่งอเมริกันในสลัมบางเขน

โรเบิร์ต สายควัน หรือ หมั่ง-ไพรฑูตย์ พุ่มรัตน์ เกิดเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2508

เป็นชาวกรุงเทพมหานครตั้งแต่กำเนิด และใครจะรู้ว่า เขาเป็นหนุ่มลูกครึ่งไทย-อเมริกันซะด้วย

“ผมมีคุณพ่อเป็นคนอเมริกันผิวดำ พูดง่ายๆ อารมณ์ประมาณ บารัก โอบามา แหละครับ”

ชีวิตวัยเด็กของโรเบิร์ตค่อนข้างลำบาก ฐานะยากจน อาศัยอยู่กับคุณยายที่มีอาชีพเป็นหมอนวดแผนไทยและน้องสาวในชุมชนแออัด ย่านบางเขนไม่ได้เรียนหนังสือและวนเวียนอยู่กับแหล่งอบายมุขมาตั้งแต่เยาว์วัย

“แม่ไปอยู่อเมริกา ส่วนเราอยู่กับยายและน้องสาว ช่วยกันทำหน้าที่เดินหาลูกค้าให้ยายตามห้องเช่าอพาร์ทเม้นท์ต่างๆ‘นวดไหมครับ นวดไหม’ ห้องไหนนวดก็คอยบอกยาย บางทีก็โด นด่าบ้าง เพราะคนที่เราไปเคาะส่วนใหญ่เป็นพวกทำงานกลางคืน กลางวันเขาจะนอน เราไปเคาะ ออกมานวดบ้าง ออกมาด่าบ้างก็มี”

อายุได้ 12 ปี เขาหารายได้ให้ตัวเองด้วยการทำงานเป็นพนักงานเก็บค่าโดยสารให้กับรถสองแถว เส้นทางสะพานใหม่-อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิที่นั่นโรเบิร์ตได้เจอกับเพื่อนซี้ที่เติบโตกลายมาเป็นตลกระดับตำนานอย่าง “หนู คลองเตย”

“สมัยตอนเด็กลำบากนะ แต่ด้วยความเป็นเด็กเลยไม่ได้ใส่ใจ หนักไปทางเที่ยวเล่นซะมากกว่า ส่วนใหญ่อยู่แต่นอกบ้าน ทำงานเป็นกระเป๋ารถ และได้เจอกับไอ้หนู (คลองเตย) สนิทกันมาตั้งแต่ตอนนั้น ช่วงดังๆ มันให้รถฮอนด้า พรีลูด ผมฟรีๆ เลย 20 ปีก่อนใครขับพรีลูดไม่ธรรมดานะ”

เส้นทางศิล ปินตลกของผู้ชายคนนี้เริ่มต้นในคณะลิเก เมื่อได้รับโอกาสจากน้าสาวที่มีสา มีเป็นเจ้าของโรงลิเก “บุญชู แสงเพชร” โดยทำหน้าที่เล่นเครื่องดนตรีอย่างระนาด และกลอง ก่อนพัฒนาตัวเองขึ้นไปเป็นนัก แสดง รับบทบาทตัวโจ๊ก เรียกเสี ยงหัวเราะให้กับผู้ชม

“นอกจากเป็นตัวโจ๊กแล้วก็ได้นาง เอกลิเกเป็นเมียด้วยสมัยนั้นนาง เอกลิเกมักจะเสร็จโจ๊ก เหมือนพี่โน๊ต เชิญยิ้มก็ได้เมียเป็นนาง เอกลิเก” ตลกมากประสบการณ์ยิ้มให้กับเรื่องในวันวาน

ไม่นานโอกาสเปลี่ยนชีวิตเดินทางมาถึงเมื่อ “โจ้ สายันห์ ดอกมะดัน” รุ่นพี่ที่รู้จักกันในวงการลิเก ชักชวนให้ไปตีกลองกับคณะตลกตามคาเฟ่ต่างๆ และเหมือนฟ้าเป็นใจ เจ้าตัวไปทำงานวันแรก นัก แสดงเกิดไม่พอจึงถูกดึงตัวไปเล่นให้ “คณะมันจะฮา” ของ “ชา ฉิ่งฉับ” เริ่มต้นก้าวแรกในฐานะตลกมืออาชีพทันที

“คนเขาขาด เลยเรียกให้เราขึ้นไปเล่น เราก็เล่นได้ พี่ชาเห็นแวว เลยชวนให้ไปอยู่กับเขาเลย ได้ค่าตัววันละ 300-400 บาท ถือว่าเยอะมากสมัยนั้นก๋วยเตี๋ยวชามละประมาณ 10 บาทเอง เล่นทุกวันเดือนหนึ่งก็ได้เกือบหมื่น”

หลังจากโดดเด่นอยู่กับ “คณะมันจะฮา” ที่ตอนหลังเปลี่ยนชื่อเป็นบิ๊กแชมป์ เพราะถูกแขกแซวบ่อยว่า “แล้วที่มึงเล่นมันจะฮาหรอวะ” ไม่นานก็ถูก “ดี๋ ดอกมะดัน”

หรือ “ศุภกรณ์ ศรีสวัสดิ์” อีกหนึ่งดาวตลกระดับตำนานของเมืองไทยชวนไปอยู่ด้วยที่คณะดอกมะดัน “จุดเด่นของเราเป็นตัวดิ้น ชอบเล่นมุขเกี่ยวกับวัยรุ่น เพลง เต้นเลียนแบบศิล ปินดังๆ ในยุคนั้น อย่างติ๊กชีโร่ เพลงไหนดังก็เอามาก๊อปปี้เล่นในรูปแบบตลก เล่นไปเล่นมา อ.ดี๋ชอบ วันไหนนัก แสดงไม่พอ เขาก็ให้เราไปร่วมแจม แจมได้อยู่สองครั้ง แกเลยชวนไปอยู่ด้วยกัน”

“อ.ดี๋เป็นคนตั้งชื่อโรเบิร์ตให้กับเราด้วย วันนั้นบนเวที เราแต่งชุดไทยราชปะแตนเดินถือระนาดออกมา ตามมุขจะต้องเล่นเพลงสตริงสากล แกก็เลยเรียกผมว่า ขอเชิญหลวงโรเบิร์ตมาตีระนาดโช ว์ อะ ไรประมาณนั้น เลยใช้ชื่อโรเบิร์ตมาตลอด”

โรเบิร์ตกลั บสู่เส้นทางแ ห่งเสี ยงหัวเราะอีกครั้ง โดยรอบนี้ถูกชักชวนจาก บอล เชิญยิ้ม ตลกรุ่นน้องให้มาร่วมทีมในวงดนตรีลักษณะร้อนเต้นเล่นตลก ที่เล่นกันตามผับบาร์ และสถานที่อื่นๆ ตามแต่ถูกว่าจ้าง กระทั่งมาโด่งดังเฉิดฉายในโลกโซเซียลมีเดีย ผ่านรายการ “บริษัทฮาไม่จำกัด”

“ตอนเล่นบริษัทฮาใหม่ๆ ยังหาตัวเองไม่เจอ จนไอ้บอลชอบอำเรื่องยา คำศัพท์ต่างๆเช่น กลิ่น ฟอยล์ ขวด ควัน แล้วนอกรอบโปรดิวเซอร์ก็ชอบมานั่งคุยเรื่องอดีตเก่าๆ กับเราด้วย ทีนี้บทที่เขียนออกมามันเลยอิน และมีไปคาบเกี่ยวกับเรื่องยาเสพติดบ้าง ซึ่งไปๆ มาๆ ในโซเชียลดันชอบ”

อย่างไรก็ดีเจ้าตัวบอกว่า หลังจากเล่นมุขสองแง่สองง่ามที่อาจส่อไปถึงเรื่องสิ่งเสพติด ก็จะปิดท้ายทุกครั้ง ถึงข้อคิดและคอยตักเตือนผู้ชมว่าอย่าไปยุ่งกับมัน

สิ่งที่ทำให้ทุกคนชอบรายการบริษัทฮาไม่จำกัด ซึ่งมีผู้ติดตามและดูย้อนหลังในแต่ละคลิ ปจำนวนหลายแสนครั้ง นั้นเป็นเพราะความสด เป็นธรรมชาติ มีมุขที่ทันสมัย และสอดคล้องเข้ากับสถานการณ์ ปัจจุบันได้ดีนั่นเอง

“โปรดิวเซอร์เขามีเพียงเส้นเรื่องมาให้ แล้วทุกอย่างใส่กันสดๆ เลย ปล่อยให้พวกเราเล่นไปเรื่อย เหมือนนั่งคุยหยอกกันเอง ซึ่งแบบ นี้คนดูเดาทางไม่ได้ มันสนุก”

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโลกโซเชียลมีเดีย และการแข่งขันที่รุนแรงในวงการบันเทิง โรเบิร์ตมุ่งให้ความสำคัญกับการพัฒนาตัวเอง โดยเริ่มจากทำการบ้านศึกษาความเคลื่อนไหวและกระแสในสังค เพื่อนำเสนอมุขตลกที่สอดคล้องและเชื่อมโยงกับผู้ชมให้ได้มากที่สุด

เขา บอกว่า ผู้ชมทุกวันนี้พัฒนาขึ้นมาก โดยเฉพาะวงดนตรีและกลุ่มเด็กวัยรุ่นที่หลายคนเรียกเสี ยงหัวเราะได้ดีกว่าตลกตัวจริงเสี ยอีก ฉะนั้นคนในวงการต้องพัฒนาคุณภาพเพื่อให้อยู่รอดและเป็นที่ยอมรับให้ได้

“ไม่ใช่เอามุขเมื่อ 20 ปีก่อนมาเล่น มันเหมือนย่ำอยู่กับที่อย่างผมพยายามทำการบ้าน หาเรื่องมาเล่นกับคนยุคนี้ เรื่องที่สอดคล้องและมีความเชื่อมโยงกับคนรุ่นใหม่ ติดตามดูข่าวสารความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นและกำลังได้รับความนิยมในสังคม เล่นตามเหตุการณ์เล่นให้เกี่ยวและมีความเชื่อมโยงกับผู้ชม”

More in ข่าว / เทรนด์ใหม่ๆ

error: Alert: ไอทิต เองมันร้าย