Connect with us

Fashion

บุตรของ คนบันเทิง

ยลโฉมลูกทั้ง 2 ของ “หมู ดิลก” โตกันหมดแล้ว ลูกชายมีดีกรีเป็นหมอ ลูกสาวมีดีกรีเป็นนางแบบ โลดแล่นอยู่ในวงการบันเทิงมาอย่างยาวนาน สำหรับ อดีตพระเอกและนักแสดงมากฝีมือ หมู ดิลก ทองวัฒนา ล่าสุดข่าวคราวของหนุ่มรุ่นใหญ่คนนี้ก็กลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง หลังไปออกรายการ คลับฟรายเดย์โชว์ สัมภาษณ์เรื่องราวความรักและชีวิตคู่ที่ผ่านมาในอดีตซึ่งผิดหวังล้มลุกคลุกคลานมาหลายรอบ

แต่ก็มีกำลังใจสำคัญที่ทำให้ยืนได้ทุกครั้ง 1 ในนั่นก็คือ มิกิ ชัชฎา ลูกสาวคนสวย ที่ตอนนี้โตเป็นสาวเต็มตัวแถมยังสวยหวาน หน้าละม้ายคุณพ่อแบบถอดกันมาเป๊ะ ๆ ที่สำคัญยังเรียนเก่งด้วย เพิ่งเรียนจบจากคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ มาหมาด ๆ

และด้วยใบหน้าเฉี่ยวเก๋ บวกกับส่วนสูงถึง 180 เซนติเมตร ก็ทำให้สาวมิกิกลายเป็นนางแบบของมหาวิทยาลัย ที่มีผลงานด้านเดินแบบและถ่ายแฟชั่นเข้ามา

สำหรับ มิกิ นั้น แม้จะเป็นลูกสาวของนักแสดงชื่อดัง แต่ก็เลือกชอบที่จะอยู่นิ่ง ๆ ไม่ป่าวประกาศให้ใครทราบว่า ตัวเองเป็นลูกดารา

ส่วนถ้าใครจะมารู้เองทีหลังนั่นก็เป็นอีกกรณีไป เพราะเธอไม่ชอบให้ใครเข้าหาเธอด้วยผลประโยชน์ และด้วยชีวิตที่เห็นคุณพ่อมีผลงานด้านจอโทรทัศน์บ่อย ๆ

มิกิ เคยได้เผยผ่านบทสัมภาษณ์กับทางนิตยสารแพรว ว่า ตอนอาจารย์สั่งงานให้เขียนเกี่ยวกับไอดอลที่เป็นบุคคลสาธารณะ เธอจึงไม่คิดนานที่จะเขียนชื่อพ่อ หมู ดิลก ลงไป

สำหรับอีกหนึ่งกำลังใจสำคัญก็คือ ยูกิ เอกกร ลูกชาย ที่ตอนนี้โตเป็นหนุ่มแล้ว แต่โอกาสที่จะเดินตามรอยคุณพ่อเข้าวงการบันเทิงน่าจะเป็นไปได้ยาก

เพราะตอนนี้ ยูกิ กำลังศึกษาอยู่ที่คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม เป็นถึงว่าที่คุณหมอเลยทีเดียว

ซึ่งนี่ก็คึออีกหนึ่งความภูมิใจของคุณพ่อหมู ส่วนเรื่องความหล่อนั้นก็ไม่เท่าไหร่ แค่มีดีกรีเป็นถึงเดือนคณะแพทยศาสตร์ พ่วงด้วยตำแหน่งเดือนมหาวิทยาลัยเลยทีเดียว

นางแบบ 180 ซม. มิกิ-ชัชฎา ลูกสาว หมู-ดิลก ภูมิใจเขียนชื่อพ่อเป็นไอดอลส่งงานอาจารย์ พกความสูง 180 เซนติเมตร จนได้เป็นนางแบบของมหาวิทยาลัย สำหรับ มิกิ-ชัชฎา ทองวัฒนา ลูกสาวคนสวยขายาวของนักแสดงรุ่นเก๋า หมู-ดิลก ทองวัฒนา

เห็นคุณพ่อหมูสร้างผลงานด้านการแสดงผ่านจอโทรทัศน์มาตั้งแต่เด็กๆ จึงทำให้เรื่องเหล่านี้ซึมซับต่อลูกสาว มิกิ-ชัชฎา ทองวัฒนา ที่ปัจจุบันกำลังศึกษาอยู่ที่คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ และด้วยใบหน้าเฉี่ยวเก๋ บวกกับส่วนสูงถึง 180 เซนติเมตร ก็ทำให้สาวมิกิกลายเป็นนางแบบของมหาวิทยาลัย ที่มีผลงานด้านเดินแบบและถ่ายแฟชั่นเข้ามา สำหรับมิกินั้น แม้จะเป็นลูกสาวของนักแสดงชื่อดัง แต่ก็เลือกชอบที่จะอยู่นิ่งๆ ไม่ป่าวประกาศให้ใครทราบว่า ตัวเองเป็นลูกดารา ส่วนถ้าใครจะมารู้เองทีหลังนั่นก็เป็นอีกกรณีไป เพราะเธอไม่ชอบให้ใครเข้าหาเธอด้วยผลประโยชน์ และด้วยชีวิตที่เห็นคุณพ่อมีผลงานด้านจอโทรทัศน์บ่อยๆ เธอจึงได้เผยผ่านบทสัมภาษณ์ นี้ว่า ตอนอาจารย์สั่งงานให้เขียนเกี่ยวกับไอดอลที่เป็นบุคคลสาธารณะ เธอจึงไม่คิดนานที่จะเขียนชื่อพ่อของเธอ หมู-ดิลก ทองวัฒนา ลงไป

คุณพ่อคุณแม่บอกมาว่า มิกิเป็นคนที่ชอบตัดสินใจเกี่ยวกับชีวิตของตัวเอง พ่อแม่จะจัดการไม่ได้

มิกิ: ใช่ค่ะ หนูเป็นที่คนที่ถ้าชีวิตหนู หนูจะเลือกเอง โอเคถ้าพ่อแม่จะบอกว่านี่ ที่เลือกมันไม่ดีแล้วนะ พอเขาบอกเราก็จะฟังค่ะ เห็นว่ามิกิเองก็มีทำงานในวงการ มีเดินแบบด้วย มิกิ: ก็มีค่ะ หนูเป็นนางแบบของมหาวิทยาลัยค่ะ ก็จะมีเดินบ้างนิดหน่อย แต่ยังไม่ได้เข้าวงการจริงจัง แต่ก็ชอบค่ะ ตอนนี้พักรักษาตัวอยู่เพราะเป็นภูมิแพ้ แต่ก็รับงานได้ตลอดนะคะ (หัวเราะ)

มีเรื่องสนุกๆ อะไรในครอบครัวเกี่ยวกับคุณพ่อ คุณแม่ หรือพี่ชาย เล่าให้ฟังบ้าง มิกิ: เรื่องสนุกๆ เหรอ บ้านหนูจะไม่มีอย่างนั้นไง อารมณ์คุยกันอยู่ดีๆ แล้วมันจะตลกกันมากกว่า คุณพ่อจะเป็นอารมณ์แบบตลกฝืดอะค่ะ (หัวเราะ) ชอบทำหน้านิ่งๆ แล้วแบบอยู่ดีๆ ก็ปล่อยมุกโดยที่ไม่มีใครทัน แล้วหนูก็ต้องถามว่า พ่อนี่มุกใช่ปะ? แล้วก็ขำช่วยกัน (หัวเราะ) พ่อมุกฝืดอะ ฝืดมากเลย เขาจะดูเป็นคนนิ่งๆ เหมือนอยู่ดีๆ ตอนแรกเข้ามาในห้องก็จะดูซีเรียสหน่อยอย่างนี้ พอเข้ามาแล้วตลก ก็อ่าว เป็นไบโพล่าปะวะ เปลี่ยนอารมณ์ไม่ทัน (หัวเราะ) หนูเปลี่ยนอารมณ์ไม่ทันตามพ่อ ถ้าคุณแม่จะสนิทกับหนูมาก เพราะว่านอนด้วยกัน ไปไหนด้วยกัน ทะเลาะกันทุกวัน แต่ทะเลาะจะเป็นแค่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ สักพักก็จะหาย ส่วนพี่ชายหนู (ยูกิ-เอกภพ ทองวัฒนา) จะนิ่งมาก เขาเป็นหมอไง เขาจะเป็นคนละขั้วกับหนู ถ้าเปรียบก็แบบหยิงหยาง อย่างพี่เขาจะสายคนดีอ่ะเนอะ (เป็นผู้ชายสายไม่เที่ยว?) ไม่ๆ บ้านหนูไม่มีใครเที่ยวเลย หนูก็ไม่เที่ยว ไม่กินเหล้าอะไรอย่างนี้เลย ก็ไม่ใช่ว่าอะไรนะ แต่ความรู้สึกหนูคือหนูไม่ชอบเองมากกว่า พ่อแม่เขาก็บอกหนูว่า ดีเนอะบ้านเราไม่ต้องเครียดเลยเรื่องนี้ กับพี่ชายก็จะสนิทมาก แต่จริงๆ แล้วไม่เหมือนกัน แตกต่างกันมาก แต่คือก็สนิทกันมากที่สุดเหมือนกัน ถ้ามีเรื่องอะไร พี่ยูกิเขาก็จะบอกหนูก่อน หนูก็จะบอกพี่ก่อน คือเรารู้กันสองคน

สองพี่น้องไปเที่ยวด้วยกัน หรือทำกิจกรรมด้วยกันบ่อยไหม มิกิ: เนี่ย ตั้งแต่จบม.6 ไป หนูยังไม่เคยไปไหนกับพี่เลย พี่เขาไม่เคยว่างให้หนูเลยอะ ถ้าพี่เขาว่างเขาก็อยากอยู่บ้าน แต่ถ้าตอนม.ปลาย หนูก็จะเฮ้ย พี่กิไปสยามกัน ตอนม.ปลายหนูจะเรียนพิเศษที่สยาม บางวันหนูก็จะ เอ๊..จะบอกดีไหมเนี่ย (หัวเราะ) เฮ้ยพี่กิไม่ไหวแล้ว โดดไหม (หัวเราะ) หนูก็อ๊ะ! ยูกิไปกินข้าวกัน เดี๋ยวค่อยกลับมาเรียน ก็ไปด้วยกัน

อย่างตอนเด็กๆ ไปโรงเรียนมีเพื่อนๆ แซวไหมว่านี่ลูกดารา มิกิ: มี เพราะว่าหนูเรียนโรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนเวนต์มาตั้งแต่เด็ก ตั้งแต่ป.1 แล้ว เข้ามาปุ๊บ ทุกคนก็จะรู้แล้ว แล้วพอไปเรื่อยๆ ก็จะมีครูที่เพิ่งเข้ามาใหม่ เพิ่งรู้จักเรา เขาก็จะเรียก อ่าว ลูกดิลกอะ หลังๆ ดิลกอะ กลายเป็นหนูชื่อดิลกอะไรอย่างนี้ จริงๆ แล้วหนูอะ คิดไว้แล้วว่าเวลาหนูเข้ามหาวิทยาลัย หนูจะไม่บอกเลยว่า หนูเป็นใคร มาจากไหน หนูจะอยู่นิ่งๆ ของหนู แล้วพอเรียนไปปี 1 ตอนแรกไม่มีใครรู้เลย ซึ่งมันแฮ็ปปี้ เพราะบางครั้งอ่ะ หนูไปเรียนพิเศษแล้วเจอเพื่อนใหม่ พอเขารู้ว่าเราเป็นลูก เข้าใจไหมคะว่าบางคนเขาอยากจะเข้าวงการ โดยที่จริงๆ แล้วเราก็ไม่สามารถที่จะดันหรือช่วยเขาได้อย่างนั้น พ่อเราเป็นดารา แต่พ่อเราไม่ได้เป็นโมเดลลิ่งจัดหาดารา คือเขาก็จะเข้าหาอะไรแบบนี้ แล้วหนูจะไม่ชอบ พอเข้ามาหาหนูไปเรื่อยๆ ปุ๊บ เพื่อนเริ่มรู้ แล้วหนูจะเป็นคนที่ไม่ค่อยลงรูปคู่กับพ่อ แต่พอเลื่อนๆ ดูรูป เพื่อนก็จะเริ่มส่องแล้วบอกใช่อ๋อ ใช่อ๋อ หน้าเหมือนนะ เราก็อื้มนั่นแหละ เพื่อนก็จะชินกัน เพราะว่าเรารู้จักกันตั้งแต่ก่อนที่เขาจะรู้ว่าเราเป็นใคร ซึ่งจริงๆ หนูก็ไม่มายด์หรอกว่าจะรู้ ไม่รู้ หนูก็เป็นตัวของหนูอย่างนี้ แต่แค่ไม่อยากเปิดเผยมาก

คุณพ่อเป็นนักแสดงเจ้าบทบาทมากเลย แล้วละครแต่ละเรื่องที่เล่นก็ดีมาก มิกิได้ดูละครที่คุณพ่อเล่นแล้วรู้สึกเป็นอย่างไรบ้าง มิกิ: หนูว่าหนูขำอ่ะ ถ้าพ่อร้องไห้ หนูจะขำมาก เพราะอยู่บ้านพ่อเขาไม่เคยร้องไห้อะไรอย่างนี้ หนูจะแบบหัวเราะ ตลกอะ อารมณ์นั้นมากกว่าค่ะ เพราะเวลาดูละครพ่อเล่นอย่างนี้ ความอินจะน้อยมาก แบบอ๊า… สมมติเราสนิทกันมากอย่างนี้ แล้วอยู่ดีๆ เห็นพี่ไปเล่นละครอย่างนี้ มันก็จะรู้ว่านี่คือตัวละครตัวนี้ จะไม่อินกับละคร

แล้วคุณพ่อมีเขิน มีขำไหมว่าเราดูละครของเขา มิกิ: จริงๆ หนูว่าพ่อเขาก็ชอบให้ดูนะ เพราะมันเหมือนกับให้กำลังใจกันทางอ้อมนะหนูว่า รู้สึกชื่นชมไหม สำหรับผลงานแต่ละเรื่องที่คุณพ่อเล่น เพราะเขาก็เล่นดีด้วย มิกิ: หูย ชื่นชม หนูก็ชอบ เพราะจริงๆ แล้วสมมติว่าอาจารย์ให้เขียนรายงานว่า ไอดอลของเราเป็นใคร เขาก็จะให้ยกบุคคลสาธารณะมา หนูก็อ๊า.. พ่อเราสิ ดิลกค่ะ (ตื่นเต้น) บุคคลสาธารณะหนูก็เขียนไปเลย อย่างเรื่องที่ไม่ดี พ่อหนูก็ไม่ให้ทำ คือหนูรู้สึกว่าตัวอย่างที่ดีก็มาจากคนใกล้ตัวเรา

ความรักตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง มิกิ: ก็มีคุยไปเรื่อยๆ ค่ะ คิดว่าเรื่องส่วนสูงของมิกิ เป็นอุปสรรคสำหรับผู้ชายที่จะเข้ามาจีบไหม มิกิ: ไม่นะ หนูเป็นคนที่ไม่สนใจกับคนที่เขาจะสูงกว่า หรือว่าเขาจะเตี้ยกว่า อันนี้มันคือสเปคที่เราตั้งไว้ เราก็อยากคบดี เพราะถึงเวลาจริงๆ สุดท้ายภายนอกก็คือภายนอก

คุณพ่อหวงไหมเรื่องแบบนี้ มิกิ: เขาไม่หวงนะ เพราะว่าหนูเป็นคนเปิดเผยอะ หนูจะไม่เป็นคนที่มีความลับอะไรกับพ่อแม่ ถ้าหนูไปไหน หนูบอกอยู่แล้ว หนูไม่เคยทำให้เขาเป็นห่วงนะ เปิดเผย ตรงไปตรงมา แถมรูปร่างส่วนสูงใบหน้าฉายแววนางแบบเด่นขนาดนี้ ก็รอดูกันต่อไปแล้วว่า นางแบบรุ่นเล็ก มิกิ-ชัชฎา จะเบนสายไปทางด้านแสดงแบบคุณพ่อหมู-ดิลก หรือเปล่า..

More in Fashion

error: Alert: ไอทิต เองมันร้าย