Connect with us

ข่าว / เทรนด์ใหม่ๆ

เต้ย จรินทร์พร บอกเล่าความรู้สึก

“15 ปีกับการทำงานในวงการบันเทิง นานเหมือนกันนะ เวลาก็ผ่านไปเร็ว แต่สำหรับชีวิตเต้ยมันมีสเต็ป มีขั้นตอนของมัน เต้ยมาแบบขึ้นบันไดมาทีละขั้น แม้บางคนเขาจะขึ้นลิฟต์มา”

วันนี้มีนัดกับนัก แสดงสาว เต้ย จรินทร์พร จุนเกียรติ เรามีอะ ไรที่อยากจะคุยกับเธอคนนี้เยอะมาก ก.ไก่ล้านตัว กับเรื่องราวของชีวิตเธอคนนี้ที่อยู่ในวงการมากี่ปี หน้าตาก็ไม่เคยเปลี่ยนไปดูเด็กราวกับถูกสตัฟฟ์เอาไว้

ภาพสาวแบ๊วที่ลบไม่ได้ เมื่อนาง เอกสาวมาถึงก็ยกมือไหว้ทักทายทุกคนจนมาถึงเรา พร้อมกับส่งยิ้มน่ารักสดใสสไตล์ตัวเธอมาที่เรา แหม หน้าเด็กไม่พอ ยังจะน่ารักอีกนะเนี่ย

“เจอกันกี่ทีก็ยังดูหน้าเด็กเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน” เราตอบกลั บไปพร้อมส่งสายตาเหมือนที่ยุพินมองแม่สำเภา

ไม่พูดพร่ำทำเพลง เราเริ่มทำงานกันเลยดีกว่า เวลาเป็นเงิ นเป็นทอง เราก็ชวนเต้ยคุยเล่นไปเรื่อยๆ กับชีวิตบนเส้นทางบันเทิงที่ดูไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบของเธอคนนี้ ซึ่งเต้ยเล่าให้ฟังว่า ชีวิตของเธอนั้นกว่าจะมาเป็น เต้ย จรินทร์พร นาง เอกแถวหน้าที่หลายๆ คนรู้จักนั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเธอต้องค่อยๆ เดินขึ้นบันไดมาทีละขั้น ไม่ได้ขึ้นลิฟต์มาเหมือนเพื่อนนัก แสดงบางคน

แต่แม้จะทำงานมา 15 ปีแล้ว ตั้งแต่อายุ 15 ปี จนวันนี้เธอมีอายุ 30 แล้ว แต่หลายคนยังคงติดภาพความแบ๊ว ความเป็นเด็กของเธออยู่เสมอ ซึ่งเรื่องนี้เต้ยบอกกับเราว่า มีอยู่ช่วงนึงที่รู้สึกว่าอยากจะโต เพราะทุกคนมองว่าตัวเธอนั้นยังเด็กอยู่เสมอว่า

“มันมีช่วงนึงที่เต้ยก็รู้สึกว่าอยากโต ทำไมต้องได้ทำอะ ไรที่มันเด็กตลอด เล่นเป็นเด็กตลอด แต่ ณ วันนี้ เต้ยรู้สึกว่า เราก็ไม่ได้หนีความเป็นเด็กของตัวเอง ด้วยลุคของเรามันดูเด็ก ก็ไม่เป็นไร เราโอบรับมันดีกว่า ถ้าคนอื่นจะมองว่าเราเด็กก็ไม่เป็นไร แต่เต้ยเชื่อว่าเต้ยจะโตไปตามเวลาของมันเอง วันนึงถ้าเขาได้มารู้จักหรือติดตามเต้ย จะรู้ว่าเรามีอะ ไรที่เปลี่ยนไป”

เมื่อถูกถามต่อว่า คิดอยากจะลบภาพจำของคนอื่นที่มีต่อตัวเต้ยบ้างหรือไม่ จะได้ทำงานที่มันหลากหลายมากขึ้นกว่านี้ เต้ย จรินทร์พร ตอบกับเราด้วยท่าทีที่สบายๆ ว่า เธอนั้นทำงานมาหลากหลายมาก แต่คนกลั บชอบลุคแบ๊วๆ แบบ นี้ แต่เธอก็ไม่พยายามที่จะลบภาพตัวเองไป กลั บมีความตั้งใจที่จะทำงานที่ได้รับมาให้มันสำเร็จดีกว่า และสิ่งที่เป็นตัวเองเป็น แบบ นี้มันก็ดีอยู่แล้ว

และวันนี้อายุ 30 แล้ว เธอรู้ตัวเองดีว่าโตขึ้นกว่าเดิมมากๆ ใครจะมองว่าโต หรือมองว่ายังเด็กก็ไม่เป็นไร ตลอดเวลาที่ทำงานในวงการมา 15 ปี เต้ยเป็นตัวเองมาโดยตลอด ไม่ได้พยายามจะโตหรือว่าเด็กลง แต่ให้มันเป็นไปตามชีวิตของมัน

จากนั้น เต้ย จรินทร์พร เล่าถึงการทำงานของตัวเองให้เราฟังว่า “เต้ยต้องปรับตัวค่อนข้างเยอะกับการทำงาน เพราะทำงานมาหมดแล้วในวงการบันเทิง แต่สำหรับละคร มันเป็นอะ ไรที่ไม่สิ้นสุด ต้องเรียนรู้ไปเรื่อยๆ ละครใหม่ๆ ก็ต้องเรียนรู้ไปเรื่อยๆ และการเล่นละครสำหรับเต้ยคือมันยาก ยากตรงที่จะทำให้มันเนี๊ยบได้

เพราะเต้ยเป็นคนขี้เนิร์ด อยากทำให้ดี จะตั้งภาพเอาไว้ตอนที่อ่านบทแล้วก็จะต้องเล่นให้ได้แบบนั้น และเมื่อมีภาพเอาไว้ เวลาเล่นก็จะต้องทำให้ถึงกับภาพที่วางเอาไว้ ซึ่งมันก็ยากสำหรับเต้ย แต่ตอน นี้เริ่มสนุก มันไปกับการแสดงแล้ว (ยิ้ม)”

เมื่อพูด ถึงความมันส์ เราเลยถามเต้ยต่อว่า ละครเรื่องไหนเล่นแล้วมันส์สุด สนุกสุด เต้ยตอบเราแบบไม่ลังเลเลยว่า

“ยุพิน ในทุ่งเสน่หา เป็นอะ ไรที่สนุกมาก แต่คุณเปี๊ยก ในคลื่นชีวิต เป็นอะ ไรที่เครียดมาก เพราะว่ายาก (หัวเราะ) ในตอนนั้นเต้ยไม่เข้าใจในบทของคุณเปี๊ยก เพราะตอนนั้นเต้ยอายุ 25 ความคิดความอ่านของช่วงอายุมันต่างกัน เต้ยไม่เข้าใจทำไมต้องหึงสา มีขนาดนั้น

ซึ่งตอนที่เล่นเรื่องนี้ก็เกิดคำถามเยอะมาก แต่เต้ยก็รักบทคุณเปี๊ยกนะ แต่อาจจะไม่รู้จักเขาขนาดนั้น ก็เป็นพวกชอบความเพอร์เฟกต์แหละ (หัวเราะ) แต่อย่างทุ่งเสน่หา ก็เป็นอีกบทที่เต้ยก็ตั้งใจทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ และเมื่อเล่นไปเรื่อยๆ ก็เริ่มอินไปเอง รักตัวละครนี้ อินกับตัวละครไปเลย”

บททดสอบของชีวิต

แม้ชีวิตของ เต้ย จรินทร์พร จะถูกสว่างไปด้วยความน่ารัก สดใส แต่ใครจะรู้ว่าภายใต้ชีวิตที่ดูสดใสของเธอนั้น ในช่วงชีวิตหนึ่งก็มีความดราม่าเข้ามาเป็นบททดสอบในชีวิตของเธอเช่นกัน และเป็นบททดสอบชีวิตที่หนักหน่วงไม่น้อย ซึ่งเต้ยเล่าให้เราฟังว่า

“การอยู่ในวงการนี้สิ่งที่ยากสำหรับเต้ยก็คือ เรื่องข่าว ก่อนหน้านี้เต้ยมีข่าวน้อย แต่ด้วยความที่เป็นคนแคร์คน มันก็เลยยากมากเวลาที่เจอคนเข้าใจเราผิด คือเต้ยอยากให้คนรัก ไม่อยากให้คนเกลียด พอมีคนไม่เข้าใจเรา ก็จะจ๋อย และตอนที่จ๋อยหนักๆ ก็คือเป็นตอนที่คบ อาเล็ก ธีรเดช

ช่วงแรกๆ มีคนมาโจมตีเยอะมาก หาว่าเราคบเพื่อนของแฟนเก่า คือคนอื่นเข้าใจว่า อเล็กซ์ เรนเดลล์ และ อาเล็ก ธีรเดช เป็นเพื่อนสนิทกัน แต่ว่าจริงๆ แล้วเขาไม่สนิทกันเลย ปีนึงเจอกันตามงานช่องแค่นั้น เขาไม่ได้สนิทกันจริงๆ แต่คนจะตีความไปว่าเขาเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกัน แล้วเต้ยก็ไปคบกับเพื่อนในกลุ่มเดียวกัน นั่นเป็นสิ่งที่คนคิด แล้วเต้ยก็จะโด นพูดให้เสี ยๆ หายๆ ถูกว่าในทางที่ไม่ค่อยดี ซึ่งตอนนั้นเต้ยจ๋อยหนักเลย

ความจ๋อยนั้นเป็นอยู่เกือบ 2 ปี นานเนอะ (ยิ้ม) เวลาคนมาด่า มาว่า ทำไมเป็น แบบนั้น ทำไมเป็น แบบ นี้ เต้ยเข้าใจและไม่โกรธเลย ทุกคนมีสิทธิ์คิดแบบ นี้ได้ แต่ก็อยากจะบอกว่า คนทุกคนก็มีหัวใจนะคะ เต้ยยอมรับว่าเสี ยใจ น้อยใจ ว่าทำไมเขาต้องมองเราแบบ นี้ด้วย แต่ว่าเข้าใจว่าเขามีสิทธิ์ที่จะคิดแบบนั้น แบบ นี้ เพราะเขาไม่ได้รู้จักเราขนาดนั้น

แต่เต้ยขอบคุณมากๆ ที่ผ่านช่วงเวลานั้นที่มีเรื่องราวเหล่านั้นเข้ามาในชีวิต มันทำให้เต้ยได้ผ่านอีกหนึ่งบททดสอบสำคัญของชีวิตเต้ยมากๆ เพราะเต้ยแคร์คนอื่น มันทำให้เต้ยหลุดออกจากบททดสอบนี้ไม่ได้สักที จนวันนึงที่มาเจอเรื่องนี้ และได้กำลังใจที่ดีจากคนรอบข้าง แล้วมันทำให้เต้ยคิดได้ว่า เขาไม่รู้หรอกว่าเราผ่านอะ ไรมาบ้าง เจออะ ไรมาบ้าง

ถึงแม้เต้ยจะเลิกกับเล็กไปก็ยังมีคนมาคอมเมนต์อย่างนี้ อย่างนู้น อย่างนั้น วันนั้นเต้ยคุยกับตัวเอง ถ้าเขาจะมาเข้าใจเราผิด หรือว่ามองอะ ไรแบบไหน มันเป็นเรื่องของเขา เป็นการตัดสินใจที่จะมองเราแบบนั้นก็ไม่เป็นไร แต่เรารู้ตัวเองดีมากๆ ว่าเราตั้งใจทำอะ ไร เราผ่านการคิดมาเยอะแค่ไหนแล้ว ลองคบลองคุยว่าจะเข้ากันได้หรือไม่ได้ แล้วเราก็รักกัน

และทุกวันนี้มันก็ยังเป็นความรู้สึกที่ดีเหมือนเดิม เต้ยไม่ค่อยชอบเลิกกับใครแล้วต้องมาเกลียดกัน ไม่ได้เป็นคนอย่างนั้น ถ้าจะบอกว่าเลิกกันด้วยดีแล้วคนไม่เชื่อ ไม่เข้าใจเราก็ปล่อยเขาไป เพราะเขาอาจจะเจออะ ไรมาในรูปแบบอื่น ก็เป็นเรื่องของเขาแล้ว แต่ว่าเรารู้ดีอยู่ว่าเราเป็นอะ ไร”

เมื่อเราถามต่อว่า ถ้าวันนั้นเต้ยยังก้าวผ่านเรื่องแคร์คนอื่นมากๆ ของตัวเองไม่ได้ วันนี้เต้ยเองจะเป็นยังไงนะ จะยังสดใสร่าเริงแบบ นี้ได้รึเปล่า ซึ่งนาง เอกสาวก็ตอบเราด้วยน้ำเสี ยงที่จริงจังว่า

“ตอนนั้นเรามัวแต่ให้ความสำคัญกับการแสดงความคิดเห็นของคนอื่น จนมันทำให้เราไม่มีความสุขเลย เราจะมีความรัก หรือจะใช้ชีวิตอย่างไร ถ้ามัวแต่กังวลว่าใครจะคิดยังไง เขาจะเข้าใจเรามั้ย จนมันไม่มีความสุข จนวันนึงคิดได้ว่า ทำไมเราต้องมาใช้ชีวิตอยู่บนความคาดหวังของใครด้วย เราอยู่กับความรู้สึกนี้มาจนเราน่วม (ยิ้ม)

ทำไมเราต้องเหนื่อยขนาดนี้ และตัวเราก็เริ่มคิดได้เอง ว่าทำไมเราต้องมีลมหายใจใช้ชีวิตอยู่อย่างไม่มีความสุขด้วย เพราะฉะนั้นเต้ยก็เลยคิดว่า เราจะเอาชีวิตเราไปแขวนอยู่กับความคิดของคนอื่นทำไม ทั้งๆ ที่เราก็รู้ตัวเองดีว่าเราไม่ได้ทำอะ ไรอย่างที่เขาว่าหรือกล่าวหาเราจริงๆ เพราะฉะนั้นก็ไม่เป็นไร อันนี้คือเต้ยเข้าใจจริงๆ นะ ไม่ได้พูดแค่ให้ดูเป็นมุมบวก และถ้าวันนั้นเคยว่าเต้ยก็กลั บมารักกันเถอะนะ (ยิ้ม)”

จากนั้น เต้ย จรินทร์พร เล่าให้เราฟังว่า ไม่ใช่ว่าเธอเพิ่งจะมาโด นคนในโลกโซเชียลวิจารณ์อย่างรุนแรงในช่วงนี้ แต่เต้ยโด นวิจารณ์แบบ นี้มาตั้งแต่เมื่อ 15 ปีก่อนนู้น สมัยที่กลุ่มคนในอินเทอร์เน็ตยังเป็นกลุ่มคนเล็กๆ ซึ่งตอนนั้นที่โด นวิจารณ์ก็รู้สึกว่ามันรุนแรงแล้วสำหรับเด็กที่อายุเท่านั้น

แต่ในวันนี้มันก็เกิดขึ้นเหมือนเดิม แต่ว่ามันมีความรุนแรงกว่ามากประมาณ 100 เท่าเห็นจะได้ เพราะทุกคนใช้มือถือเล่นอินเทอร์เน็ตหมด แต่เต้ยมองว่าการที่ทุกคนมีมือถือเล่นโซเชียลมันก็มีทั้งข้อดีและข้อเสี ย คนจะไหลไปกับกระแสแค่ไหน จะดึงสติในการเสพข่าวได้มั้ย ต้องพิจารณาข่าวก่อนเชื่อรึเปล่า ต้องอ่านให้จบนะ ซึ่งเรื่องแบบ นี้มันแล้วแต่วิจารณญาณของแต่ละคน

มาถึงตรงนี้ เรายิงคำถามต่อทันทีว่า เพื่อนๆ ในแก๊งเฟอร์บี้ให้กำลังใจอย่างไร เพราะแก๊งนี้มักจะโด นอะ ไรแบบ นี้เหมือนกัน ซึ่ง เต้ย จรินทร์พร ตอบกลั บเราทันทีเหมือนกันว่า

“จริงๆ เราไม่ค่อยได้พูดอะ ไรกันในเรื่องแบบ นี้เท่าไรนะคะ เวลาเราอยู่ด้วยกัน เราจะเล่นสนุกกัน เพราะเราทำงานตรงนี้เหมือนกัน เรารู้อยู่แล้วว่าการมาทำงานในวงการบันเทิงมันจะต้องเจอคนมาวิจารณ์แรงๆ ในเรื่องชีวิตส่วนตัว มันเป็นอีกเรื่องที่เราจะต้องเรียนรู้ และเป็นอีกหนึ่งบททดสอบของตัวเองให้ก้าวผ่านจุดนี้ไปให้ได้ ถ้าผ่านไปไม่ได้ชีวิตเราจะไม่มีความสุขเลย”

อยากตอบแทนสังคม

เห็นตัวเล็กๆ แบบ นี้ แต่ใครจะรู้ว่า เต้ย จรินทร์พร ยังมีอีกหลายหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ ไหนจะเรื่องครอบครัว งาน และอีกบทบาทที่ท้าทาย คือ การทำอะ ไรตอบแทนสังคม ซึ่งเต้ยเล่าถึงการเข้ามาทำอะ ไรให้กับประเทศที่ตัวเองอยู่ว่า

“เต้ยรู้สึกโชคดีในชีวิตที่ได้มาทำงานอยู่ตรงนี้ มีเสี ยงที่ดังพอที่จะทำให้คนหันมาฟังและคิดจะทำตาม และรู้สึกว่าอยากจะทำอะ ไรที่มันเป็นประโยชน์ให้คนรอบข้างได้ ให้สังคมได้ แต่ก็ต้องดูว่ามันเป็นเรื่องอะ ไร แล้วดันมาเจอเรื่องช้าง เรื่องสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นเรื่องที่เราอิน ก็เลยได้ทำ พอได้ทำแล้วมันแฮปปี้มาก แต่ในการที่เราทำตรงนี้มันก็ไม่ได้ง่าย เพราะเราต้องบริหารองค์กรให้มันเดินไปได้ ก็จะมีความยากและความท้าทายอีกอย่างนึง

พอมาลุยทำตรงนี้ก็มันดีนะคะ การทำงานแสดงเราก็ต้องมีความรับผิดชอบในหน้าที่ของการเป็นนัก แสดง แต่การทำธุรกิจก็เหมือนกับว่าต้องมีความรับผิดชอบต่อบริษัท มันแตกต่างกัน เครียดมากเหมือนกัน แต่คนที่เครียดหนักคืออเล็กซ์ค่ะ (ยิ้ม) เต้ยเป็นผู้ถือหุ้น เวลามีอะ ไรก็จะเข้าประชุม ช่วยกัน และคอยซัพพอร์ตในองค์กร รับรู้ทุกปัญหาในองค์กร คอยแก้ปัญหา”

ก่อนจะจากกัน เราไม่พลาดที่จะเปิดโอกาสให้ เต้ย จรินทร์พร ได้เป็นขายงานละครเรื่องล่าสุด ความทรงจำสีจาง ของเธอด้วย ซึ่งเต้ยก็พร้อมมาก และบอกผ่านเราไปถึงแฟนๆ ว่า

“ละครเรื่องนี้เป็นละครรักโรแมนติกดราม่า และเป็นอีกบทที่ท้าทายเต้ยมาก ในเรื่องนี้ร้อง ไห้เยอะมาก ไม่รู้ว่าคนดูจะเสี ยน้ำตาเยอะแค่ไหน แต่น่าจะอินไปกับเรื่อง มันเป็นเรื่องที่คุณตู่ ปิยวดี พล็อตขึ้นมาเอง เป็นชีวิตมนุษย์จริงๆ รสนำเป็นความรัก และยังมีดราม่า แต่ก็มีความุ้งมิ้ง สนุกสนานในเรื่องนี้ด้วย

More in ข่าว / เทรนด์ใหม่ๆ

error: Alert: ไอทิต เองมันร้าย