Connect with us

ข่าว / เทรนด์ใหม่ๆ

เจี๊ยบ ปวีณา ชารีฟสกุล ในวัย54ปี

คุ้นหน้ากันดีเเน่นอน…คุณเจี๊ยบ” มีชื่อจริงว่า “ปวีณา ชารีฟสกุล” เกิดเมื่อวันที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2509 ปัจจุบันอายุ 54 ปีโดยเธอเข้าไปสมัครเล่นเกมโชว์ ในรายการ เอาไปเลย ดำเนินรายการโดยไตรภพ ลิมปพัทธ์ ซึ่งไตรภพเห็นว่ามีหน่วยก้านดีจึงชักชวนมาเป็นผู้ช่วยพิธีกร แต่ทำได้เพียงเดือนกว่ากันตนาก็ชักชวนเธอไปเล่นละคร แสดงเรื่องแรกคือ แม่น้ำ และแสดงอีกหลายเรื่องเช่นเรื่อง ลูกแม่ ต่อจากนั้นอิทธิ พลางกูรชักชวนเธอทำผลงานเพลง

 

 

 

 

ส่วนด้านการแสดง เธอได้รับบทบาทที่หลากหลายทั้งบทนำ และบทรอง แต่ความสำเร็จในอาชีพการแสดงของเธอนั้นมาถึงเมื่อเธอได้รับการเสนอเข้าชิงในสาขาดาราประกอบฝ่ายหญิง

 

 

ทั้งจากงานตุ๊กตาทองและงานภาพยนตร์แห่งชาติ และต่อมาเธอก็ได้รับรางวัลด้านการแสดงสาขานางเอกนำดีเด่น จากงานภาพยนตร์แห่งชาติครั้งที่ 1 และ ได้รับรางวัลแสดงนำฝ่ายหญิงยอดเยี่ยม

 

 

….จากรางวัลชมรมวิจารณ์บันเทิง จากภาพยนตร์ เวลาในขวดแก้ว ผลงานแสดงในยุคหลังเธอยังแสดงใน ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และภาพยนตร์ ลองของ 2…

 

 

 

โดย “เจี๊ยบ ปวีณา” เคยเปิดใจในรายการคุยแซ่บShow ว่าแฟนแล้ว แต่ขอให้เรื่องนี้เป็นส่วนตัวของเรา โดยแต่งงานมาเกือบ 20 ปีแล้ว สามีไม่ได้อยู่ในวงการ เป็นข้าราชการทหาร ทั้งคู่นั้นเจอกันที่สนามกอล์ฟ และคบหาดูใจกันมานานมากเกือบ 20 ปีแล้ว

 

 

หลังถามถึงเรื่องทายาท คุณเจี๊ยบก็บอกว่า “พี่ไม่อยากมีบุตร คือพี่เลี้ยงน้องมาเหมือนบุตร พอน้องมีบุตรพี่ก็เลี้ยงหลานมาเหมือนบุตรแท้ ๆ แล้วพี่ก็รู้ว่าการเลี้ยงหลานไม่เหมือนกับเลี้ยงบุตร คือพี่เป็นคนที่ทำอะไรต้องเป๊ะ ๆ พี่กลัวว่าถ้าพี่มีเขาพี่จะต้องการความเพอร์เฟคทุกอย่างในชีวิตเขา ก็จะกลายเป็นเราจะไปกดดันเขาไหม กลัวเป็นแบบนั้น แล้วถ้าเขารับไม่ได้เตลิดไป แล้วทำไมตอนแต่งงานมันไม่มีข่าวออกมาเลย อันนี้พี่อยากให้ส่วนตัวจริง ๆ เขาเคยไปกองถ่าย เขาเห็นว่าเราทำงานหนักมาก ก็เลยคุยกันว่างานของคุณก็ทำของคุณไป ของเราก็ทำของเรา”

 

 

ทุกคนไปดูชีวิตประจำวันของคุณเจี๊ยบในวันว่าง ๆ สบาย ๆ กันค่ะ

 

บางคนอาจคิดว่า คนเราเข้าวัดเวลาทุกข์ใจ แต่สำหรับเจี๊ยบเลือกที่จะเข้าวัดในวันที่สุขใจ…

 

 

ตอนเด็ก ๆ คุณยายและคุณแม่จะพาเจี๊ยบไปทำบุญที่วัดมาตลอด สิ่งนี้หล่อหลอมให้เราสนใจในเรื่องนี้ จนวันหนึ่งที่เข้าวงการบันเทิง พี่ตุ๋ย – มนฤดี ยมาภัย เพื่อนรุ่นพี่ที่สนิทกันก็ชวนไปปฏิบัติธรรมที่วัดป่ามัชฌิมาวาส แถวจังหวัดกาฬสินธุ์ ที่นี่สงบร่มเย็น…

 

 

เป็นวัดป่าขนานแท้ ไม่มีเครื่องอำนวยความสะดวกใด ๆ ไปแล้วก็ได้ฝึกจิตอยู่กับธรรมะและธรรมชาติ สมัยนั้นเรานั่งเครื่องบินไปลงที่ขอนแก่น เมื่อไปถึงก็จะมีเด็กวัดขับรถกระบะปุเลง ๆ มารับไปที่วัด เราก็จะไปถือศีล 8 กินอาหารวันละมื้อ นอนกุฏิหลังเล็ก ๆ แต่ตอนนี้วัดป่าแห่งนี้เจริญกว่าเมื่อก่อนมาก และแทบทุกครั้งที่ไปที่นี่เราก็จะหาโอกาสไปใส่บาตรหลวงตามหาบัวที่วัดป่าบ้านตาดด้วย หลวงตาก็จะให้หนังสือมาอ่านทุกครั้ง

 

 

ตอนแรกที่ไปปฏิบัติธรรม เจี๊ยบคิดแค่ว่า อยากรู้ว่าการไปนอนวัดเป็นอย่างไร แต่พอได้เจอหลวงพ่อ ได้ฟังธรรมะมากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้จิตใจโน้มเอียงไปทางนี้โดยปริยาย เพราะมองเห็นข้อดีของการฟังธรรมและปฏิบัติภาวนาที่สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ เจี๊ยบเป็นคนที่โมโหแรง คนใกล้ตัวจะรู้ดี ปกติไม่ค่อยวี้ดใครง่าย ๆ แต่ถ้าลุกขึ้นมาวี้ดเมื่อไหร่ แสดงว่าถึงที่สุดแล้วจริง ๆ

 

 

ด้วยความที่เป็นคนพูดคำไหนคำนั้น เด็ดขาดทั้งกับตัวเองและคนอื่น เวลาทำอะไรพลาด เราก็จะจดจำ คราวหลังจะไม่ทำอีก แม้ไม่คาดหวังว่าคนอื่นจะเป็นแบบเรา แต่ก็อยากให้คนอื่นเรียนรู้ จดจำเพื่อแก้ไขให้ดีขึ้นบ้าง แต่ถ้าไม่ เมื่อก่อนจะโมโหมาก แต่พอได้ฟังธรรมะมากขึ้นก็ทำให้มองโลกกว้างขึ้น แล้วก็ใจเย็นลง

 

 

ยิ่งเมื่อได้อ่านหนังสือของท่านพุทธทาสที่ว่า “เขามีส่วนเลวบ้างช่างหัวเขา จงเลือกเอาสิ่งดีที่มีอยู่” เจี๊ยบก็น้อมนำมาใส่ใจ ทำให้ใจเย็นลงมาก ใครทำไม่ดีก็ให้อภัยง่ายขึ้น บอกตัวเองว่า “เชื่อเถอะว่าเขาไม่ได้ตั้งใจ เชื่อเถอะว่าเขาพยายามแล้ว แต่คนเราก็พลาดกันได้”

 

 

 

จนวันหนึ่งไปเล่นละครเรื่อง รักเกิดในตลาดสด ทำให้เจอกับ พี่อี๊ด – สุเทพ ประยูรพิทักษ์ พี่อี๊ดเล่าให้ฟังว่า เขาทำบุญด้วยการบูรณปฏิสังขรณ์วัดในต่างจังหวัด ฟังแล้วเจี๊ยบเกิดความสนใจ เพราะชอบศิลปะเก่า ๆ โบราณ ๆ อยู่แล้ว ทุกวันนี้เราจะมีกลุ่มของเราที่นัดกันช่วงเสาร์ – อาทิตย์ เดินทางไปทำงานที่วัด โดยสละแรงกายสละเงินทองเท่าที่เราพอจะทำได้

 

 

เจี๊ยบจะแบ่งเงินจากการแสดงละครไว้ต่างหากเพื่อทำบุญโดยเฉพาะ เพราะการบูรณปฏิสังขรณ์วัด เราต้องซื้อสี ทองคำเปลว และอื่น ๆ กันเอง บางครั้งก็บอกบุญเพื่อน ๆ คนรอบข้างบ้าง ใครมีเท่าไหร่ก็มาร่วมทำบุญด้วยกัน

 

 

ตอนแรกเจี๊ยบไม่คิดว่าการบูรณปฏิสังขรณ์วัดจะช่วยให้เราใจเย็น แต่พอได้ลงรักปิดทองพระพุทธรูป ก็ค้นพบความสุขสงบที่เกิดจากสมาธิ เพราะจิตจดจ่ออยู่กับงานตรงหน้าอย่างเดียว การลงรักปิดทองพระพุทธรูปให้สวยต้องใช้ความมานะบากบั่น ความใจเย็น กว่าจะติดได้แต่ละแผ่นจิตของเราต้องนิ่ง แรก ๆ ที่จิตไม่นิ่ง ทองคำเปลวที่เราติดก็จะมีรอยหยัก ไม่เรียบ

 

 

เจี๊ยบชอบการฝึกจิตด้วยวิธีนี้มาก บางครั้งเข้าโบสถ์ไปตอนเช้า กลับออกมาอีกทีก็ 5 – 6 โมงเย็น ไม่หิวน้ำ ไม่หิวข้าว จิตมันนิ่ง มีความอิ่มเอมอยู่ข้างใน เหมือนได้ปฏิบัติธรรมในอีกรูปแบบหนึ่ง ที่สำคัญ เมื่ออยู่ที่วัด เจี๊ยบรู้สึกว่าสามารถเป็นตัวของตัวเองได้เต็มที่ ไม่ต้องแต่งหน้า ไม่ต้องระวังอะไร จิตใจจึงผ่อนคลาย มีความสุข

 

เจี๊ยบถือว่าวงการบันเทิงได้สร้างชีวิตให้เรา ทำให้มีเงินมีทองดูแลพ่อแม่พี่น้อง และเมื่อถึงวันนี้ก็ยังทำให้มีเงินไปทำบุญสมความตั้งใจอีกด้วย

 

แต่บุญนี้จะใช้เงินอย่างเดียวไม่ได้ ตัวเราต้องลงไปฝึก ไปปฏิบัติด้วย จึงจะสัมผัสได้ถึงความสงบเย็นแห่งบุญค่ะ….

 

มากความสามารถจริงๆสำหรับเธอคนนี้….

 

More in ข่าว / เทรนด์ใหม่ๆ

error: Alert: ไอทิต เองมันร้าย