เรื่องจริงไม่ใช่ละคร ขอจบกับคู่สมรสแล้ว

ทายาทซัมซุง ขอแยกทาง “อดีตสามี” เรื่องราวของ “เจ้าหญิงที่หลงรักสามัญชน” นั้นเห็นจะไม่ใช่มีแต่ในนิยายเท่านั้น เพราะเมื่อเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจริงกับทายาทของประธานเครือบริษัทซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์

สื่อต่างประเทศรายงานว่า สำหรับเรื่องราวความรัก

ของ ลี บู-จิน ทายาทเครือบริษัทซัมซุง และ อิม อู-แจ

ทั้งคู่พบกันจากการทำงานอาสาสมัครของ Samsung Foundation เมื่อปี 1995

ซึ่งขณะนั้นนายอิมเป็นเพียงอดีตบอดี้การ์ด ในบริษัทรักษาความปลอดภัยของ Samsung C&T Corporation เท่านั้น

ทั้งคู่ตกลงปลงใจแต่งงานกันในเวลาต่อมา

แม้จะมีเสียงไม่เห็นด้วยจากครอบครัว โดยนางลี บู-จิน เป็นทายาทเครือซัมซุงคนแรก

ที่แต่งงานกับคนที่ไม่ได้มาจากกลุ่มตระกูลแชโบล หรือกลุ่มครอบครัวเจ้าของเหล่าบริษัทยักษ์ใหญ่ต่าง ๆ ในเกาหลี

“ลีบู จิน” แต่งงานกับ “ลิม วู แจ” อดีตบอดี้การ์ด

ในบริษัทรักษาความปลอดภัยในเครือซัมซุง เมื่อปี 1999 จนได้รับฉายาว่า “มิสเตอร์ซินเดอเรลล่า”

เนื่องจากฐานะทางสังคมที่แตกต่างกันอย่างมากกับภรรยาที่ร่ำรวยที่สุดในเอเชีย

โดยหลังจากแต่งงานกัน ลิม วู แจ ถูกส่งไปเรียนด้านบริหารธุรกิจที่สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ หรือเอ็มไอที

ทั้งๆ ที่ไม่รู้ภาษาอังกฤษแม้แต่คำเดียว นั่นเป็นประสบการณ์ที่ ลิม วู แจ ระบุว่าเป็นฝันร้าย

และรู้สึกถูกกดดันมากจนเคยพยายาม… สองครั้ง

อย่างไรก็ตาม หลังจบการศึกษา ลิม วู แจ

ก็กลับมาไต่ระดับผู้บริหารขึ้นอย่างรวดเร็วจนขึ้นถึงรองประธานบริหารบริษัทซัมซุง อิเล็กทรอ-เมคานิกส์

ก่อนที่จะมีปัญหากับภรรยาและออกจากตำแหน่งไปในที่สุด

สื่อเกาหลีใต้ รายงานว่า นางลี บู จิน ซีอีโอกลุ่มโรงแรมชิลลา

และบุตรสาวคนโตของนายลี คุน ฮี ประธานซัมซุง กรุ๊ป ถูกอดีตสามีนายอิม อู แช ที่ปรึกษาบริษัทซัมซุง อิเล็กทรอ-เมคแคนิกส์

ยื่นฟ้องแบ่งสินสมรสราว 1 ล้านล้านวอน (ประมาณ 3 หมื่นล้านบาท )

นางลีหย่าขาดสามี ปิดฉากชีวิตคู่ 17 ปี

ระหว่างคุณหนูตระกูลมั่งคั่งที่สุดแห่งเกาหลีใต้ กับพนักงานบริษัทคนหนึ่ง

โดยเธอได้สิทธิดูแลลูกชายวัย 7 ขวบ ส่วนพ่อได้รับอนุญาตให้มาเยี่ยมลูกได้เดือนละ 1 ครั้ง

มีรายงานว่า ณ เวลานั้น ยังไม่มีการพูดคุยเรื่องสินสมรส นายอิม วัย 48 ปี

ตัดสินใจยื่นฟ้องแบ่งสินสมรสที่ศาลแขวง ซูวอน ศาลเดียวกับที่เขายื่นอุทธรณ์ฟ้องหย่า

การยื่นฟ้องแบ่งสมบัติจากอดีตภรรยาเป็นเงินมหาศาลไม่น่าสำเร็จ เพราะทรัพย์สินของลี บูจิน วัย 46 ปี

ได้มาก่อนแต่งงาน กระนั้น การฟ้องแบบตั้งเงื่อนไขสูงไว้ก่อนอาจเพื่อใช้เป็นฐานในการเจรจาต่อรองทำความตกลง

แต่สุดท้ายศาลสั่งให้จ่ายสินทรัพย์มูลค่า 290 ล้านบาทให้อดีตสามี ซึ่งน้อยกว่าที่สามีเรียกร้อง

ขณะที่ทางเว็บไซต์ Korea Bizwire วิเคราะห์ว่า เป็นไปได้ว่าทางฝ่ายนางลี

อาจอ้างว่าทรัพย์สินที่เธอมี ณ ปัจจุบัน เป็นความมั่งคั่งที่เธอมีมาตั้งแต่ก่อนสมรสกับนายอิม

แต่กระนั้น การแต่งงานอยู่กินร่วมกันมานานกว่า 10 ปี ก็เป็นที่ปฏิเสธไม่ได้ว่านายอิมย่อมมีส่วนการหาและได้มาซึ่งสินทรัพย์ที่

เกิดขึ้นระหว่างแต่งงาน โดยคาดว่าอย่างน้อยที่สุด นายอิมน่าจะได้ไม่ต่ำกว่า 10 เปอร์เซ็นต์จากมูลค่าที่ฟ้องไป

นอกจากนี้ก็เป็นที่เชื่อว่า แม้ว่านางลีอาจไม่ปรารถนาที่จะเปิดเผยแจกแจงรายละเอียดสินทรัพย์ที่ตนครอบครอง

แต่อย่างไรก็ตามรายละเอียดทุกอย่างจะต้องถูกนำเปิดเผยต่อศาล

และก็จะเป็นที่ทราบถึงประชาชนในเวลาต่อมา

ว่าลูกสาวตระกูลมหาเศรษฐีเบอร์ต้น ๆ ของเกาหลีใต้นั้นมั่งคั่งร่ำรวยเพียงใด

แม้ว่า ลี บู จิน จะเกิดในครอบครัวนักธุรกิจแต่เธอก็สร้างชื่อในฐานะนักธุรกิจหญิงความสามารถสูงขึ้นมาด้วยตัวเอง

ลี บู จิน ปัจจุบันในวัย 48 ปี จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยชั้นนำของเกาหลีใต้อย่างมหาวิทยาลัยยอนเซ ก่อนเข้าทำงานในมูลนิธิซัมซุง เมื่อปี 1995

ลี บู จิน ลูกสาวคนโตของครอบครัวซัมซุงปัจจุบันครองตำแหน่งผู้หญิงที่ร่ำรวยที่สุดในเกาหลีใต้ด้วยทรัพย์สินมูลค่า 1,790 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 59,000 ล้านบาท นำหน้าน้องสาว ลี โซ ฮยุน ที่ตามมาในอันดับที่สองด้วยทรัพย์สิน 1,680 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 55,700 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังติดอันดับผู้หญิงที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดในโลกในอันดับที่ 98 ในปี 2016 และติดอันดับที่ 17 ผู้ที่ร่ำรวยที่สุดในเกาหลีใต้เมื่อปี 2017 จากการจัดอันดับของนิตยสารฟอร์บส์