หน้าแรก ข่าว / เทรนด์ใหม่ๆ คิง ก่อนบ่าย และภรรยา สวีทหวาน กลางรายการ

คิง ก่อนบ่าย และภรรยา สวีทหวาน กลางรายการ

847
0

สำหรับนักแสดงตลกที่มีสำเนียงเป็นเอกลักษณ์เอามากๆ ถ้าเอ่ยชื่อคงไม่มีใครไม่รู้จักอย่างแน่นอน สำหรับ “คิง ก่อนบ่าย” นักแสดงตลก ชื่อดังมากความสามารถ ทั้งแสดงหนัง ละคร และเล่นตลก หนึ่งในนักแสดงตลก ที่ถือว่าขึ้นแท่นการเป็นตลกก๊อบปี้โชว์ จากการเลียนลักษณะท่าทางของศิลปินชื่อดัง อย่าง เสก โลโซ ได้เหมือนสุดๆ จนพลิกชีวิต ให้มีคนรู้จักมากขึ้น และมีคนเข้ามาติดตามเป็นจำนวนมาก

 

สำหรับคู่ของตลกหนุ่ม “คิง ก่อนบ่ายคลายเครียด” กับภรรยาคนสวย “อาย ณัฏฐิชานันท์” ที่ทั้งคู่คบหาดูใจกันมากว่า 9 ปี มีโซ่ทองคล้องใจเป็นลูกสาวและลูกชาย 2 คนด้วยกัน ล่าสุด คิง ก่อนบ่าย ควงภรรยาคนสวย สาวอาย มาเปิดใจผ่านทางรายการ คุยแซ่บShow ทางช่อง One31 ที่มี พีเค ปิยะวัฒน์ และ เบนซ์ พรชิตา เป็นพิธีกร

 

คู่นี้คบมานานเท่าไรแล้ว ?

คิง : 9 ปี ถามว่าเจอได้ยังไง ก็มีพี่ในทีมงานก่อนบ่ายคลายเครียดแนะนำ ตอนนั้นเขาเป็นโปรดิวเซอร์ แล้วลาออกไปเปิดร้านอาหารที่เชียงใหม่ แล้วช่วงผมกำลังอกหักพอดี แล้วน้องอายไปทำงานที่ร้านของพี่ชายพอดี เขาก็โทรศัพท์มาหาผม ถามว่าตอนนี้มึงคบใครอยู่ ผมบอกว่ายังไม่มี ผมคุยไปเรื่อย ๆ เขาบอกเดี๋ยวมีคนแนะนำให้รู้จัก เขาก็ส่งรูปอายมาให้ แล้วผมก็ส่งรูปผมไปให้เขาดู

มาเจอกันได้ยังไง ?

คิง : พอส่งรูปไปให้ ผมก็ขอเบอร์จากพี่ชาย ผมก็โทร. ไป แล้วเขาก็คุยกับผมครั้งเดียว แล้วหลังจากนั้นเขาก็ไม่คุย แต่หลัง ๆ เขาก็คุยด้วย แล้วก็ช่วงนั้นร้านพี่ชายจะจัดงาน แล้วเอาผมไปเป็นพิธีกร ก็กะจะขึ้นไปหา แล้วเขาพักอยู่คนเดียว ก็โทร. ตามเขาลงมากินก๋วยเตี๋ยวด้วยกัน

 

เห็นครั้งแรกเป็นยังไง ?

อาย : หนูเฉย ๆ ไม่ชอบอยู่แล้ว แล้วไปจีบยังไงถึงติด ? คิง : ลูกตื๊อ แล้วโทร. คุยเรื่อย ๆ เรารู้ว่าเขาอกหักอยู่ ก็คุยประมาณ 4-5 เดือนได้ เราก็บอกว่าคุณก็อกหัก เราก็อกหัก เราลองมาอยู่ด้วยกันไหม ถ้าอยู่ไม่ได้ก็เลิกกันด้วยดี

อาย : สรุปไปวันแรกก็เข้ากันได้เลย คุยกัน 6 เดือน เขาก็โทร. มา หนูก็รับมั่ง ไม่รับมั่ง ก็คือหนูไม่ได้ชอบเขา แค่หน้าตาก็ไม่ผ่านแล้ว หนูก็ไม่ได้ว่าตัวเองสวย แต่หนูก็เลือกหน่อย เราก็ชอบขาว ๆ แล้วสำเนียงการพูดของเขาก็เหน่อ ๆ คือตอนนั้นหนูไปหาแม่ที่เมืองกาญจน์ แล้วทีนี้หนูต้องกลับไปเชียงใหม่ แล้วมันต้องผ่านกรุงเทพฯ ก่อน แล้วเขาบอกว่าไหน ๆ ก็มากรุงเทพฯ แล้ว แวะเที่ยวกรุงเทพฯ ไหม เราก็แวะ เขาก็พาหนูไปร้านหมูจุ่ม ไม่ได้พาไปกินข้าวนะ เขาไปทำงาน ให้หนูไปนั่งรอ

คิง : พอเล่นจบ กลับบ้าน เราก็ซื้อเครื่องดื่ม ขนมมากิน ก็จัดไปเกือบ 2 ลัง พอคุยทำความรู้จักกันแล้ว ตอนนั้นเราอยู่บ้านเช่า น้องห้องหนึ่ง เราห้องหนึ่ง เราก็เป็นสุภาพบุรุษ เราก็ดูละครมาเยอะเหมือนกัน ถ้าข่าวไม่ดีออกไปเราก็เสีย เราก็เลยให้เขาไปนอนบนเตียง เราก็นอนบนเขาอีกทีหนึ่ง (หัวเราะ) คืนนั้นก็รวบหัวรวบหางเลย คือผมพอมีอะไรไปแล้ว ผมตัดสินใจเลยว่ารับผิดชอบเขา แต่เขาตอนนั้นรักเราแล้วหรือเปล่าเรายังไม่รู้

อาย : แล้วพวกที่โทร. มา ก็โทร. มาให้รับผิดชอบเหมือนกัน แล้วคืนนั้นไปนั่งร้องไห้ปลายเตียงทำไม

คิง : ก็คิดว่าจะได้ตัวเองไง แต่จริง ๆ แล้วตัวเองได้เขา ก็เลยเสียใจ กลัวตัวเองจะทิ้งเขาไป

 

เหตุผลที่เขารวบหัวรวบหาง เขามีเหตุผล 3 ข้อ ?

คิง : คือทีแรกตั้งแต่เจอหน้ามันก็สเปกอยู่แล้ว เราตั้งสเปกเอาไว้ว่า 1. จะต้องสวย 2. เรื่องบนเตียง คือคืนนั้นก็คือใช่เลย 3. ที่ตัดสินใจเลยว่าเขาคือคนที่ใช่คือ พอตอนเช้าผมต้องไปอัดรายการก่อนบ่ายคลายเครียด พอกลับมาบ้านผมจากรก ๆ สะอาดหมดเลย แล้วเสื้อผ้าเราก็เอาไปซัก เราก็เลยแบบนี่แหละคือคนที่จะมาดูแลเรา

พอตัดสินใจว่าจะเลือกผู้ชายคนนี้มีกฎเหล็ก ?

อาย : ห้ามตด ห้ามเรอใส่เรา อยู่กับหนูมารยาทต้องมี ห้ามพูดคำหยาบด้วย ห้ามลงไม้ลงมือ

 

อยู่ดี ๆ ทำไมต้องหนีกลับบ้าน ?

อาย : เขาติดการพนัน แล้วเขาให้หนูไปนั่งเฝ้าตั้งแต่ตอนเย็นของวันนี้ ยันเช้าอีกวันหนึ่งเลย

คิง : วันนั้นมันเป็นงานศพที่ประจวบฯ ที่บ้าน แล้วเรากลับไปร่วมงานศพ แล้วเหมือนประเพณีอะ เราก็อยู่ร่วมเอนเตอร์เทนกับเขาไปด้วย ประมาณสัก 2 ทุ่ม ไปจน 8 โมงเช้า แต่เราก็ให้เขาอยู่ในรถ เขาถือเป็นผู้หญิงที่ดีนะ ไม่บ่น ไม่อะไรเลย ขับรถจากประจวบฯ มากรุงเทพฯ เขาก็ไม่บ่น ไม่อะไรเลย

ตอนนั้นเราคิดอะไรอยู่ ?

อาย : พอตอนจะนอนหนูก็พูดว่าอยู่คนเดียวได้ใช่ไหม เพราะว่าแบบนี้ไม่เอา อยู่คนเดียวไปนะ แบบนี้รับไม่ได้ ไม่เคยเจอเลย

คิง : แล้วเขาก็กลับเชียงใหม่ ผมก็โทร .ไปหาเขา ถามนู่นนี่นั่น

อาย : คือเขาพูดประมาณว่า แบบนี้หาที่ไหนไม่ได้แล้ว อยากให้เขากลับมาอยู่ด้วย จะปรับปรุงตัวให้ดีขึ้น

พอกลับมาปุ๊บก็พาไปเจอแม่เลย ?

อาย : พาไปเลย หนูไม่อยากปิดบังแม่ ก็บอกว่าถ้าอยากจะคบกันก็ต้องไปหาแม่

คิง : เราก็ไป ทีนี้แม่ก็มีพาน แล้วก็สายสิญจน์ คือประเพณีทางเหนือ คือผูกข้อไม้ข้อมือธรรมดา แต่บ้านเราผูกข้อไม้ข้อมือนี่มันส่งตัวแล้วเหรอ แล้วพอผูกแม่ก็พูดขึ้นมาเป็นภาษาเหนือ พอผูกเสร็จ 3-4 เดือน ก็ท้อง ก็ไปบอกแม่ว่าไปหาฤกษ์ได้เลยท้องแล้ว ก็อุ้มหมูกระปุกออมสินไปให้แม่

สรุปสินสอดในกระปุกหมูได้เท่าไหร่ ?

คิง : ตอนที่ยกไปให้เราไม่รู้ว่ามีเท่าไหร่ เราก็ไปบอกความจริงกับผู้ใหญ่ว่าถ้าเก็บเงินได้ 2 ปี จะแต่ง แต่ว่ามันเกิดเหตุแบบนี้มาก่อนก็เลยเอาตรงนี้มาให้ สัญญาว่าจากนี้เป็นต้นไปจะให้แต่ความมั่นคงกับลูกของเขา แม่ยายก็ยกหมูตัวนั้นคืนมาให้ วันหนึ่งเราช็อต ไม่มีตังค์ ก็เลยลองทุบสินสอดดู น่าจะมีสักหลักแสน ทุบออกมานับแล้วนับอีก 9 พัน แม่ไม่รู้

อาย : แม่อยากได้เงิน คือตอนแรกแม่ไม่ชอบพี่คิงอยู่แล้ว แม่ไม่ให้คบ บอกว่าไม่ต้องไปคบพวกดารา ไม่ต้องไปคบนะ

คิง : แต่ทุกวันนี้แม่ไปไหนก็บอกว่าลูกเขยฉันเป็นดารา

แล้วนานไหมกว่าจะมีลูกคนที่ 2 ?

อาย : ห่างกัน 2 ปี

ตอนนั้นเงินก็ไม่ค่อยมีด้วย ?

คิง : ตอนนั้นยังเป็น คิง ก่อนบ่าย ได้ 1-2 ปีเอง คนก็ยังไม่ค่อยรู้จัก ก็ทำหาเช้ากินค่ำ ยังเช่าห้องพักอยู่เลย แล้วจังหวะที่สุด ๆ เลยก็คือ เมียอยู่เมืองกาญจน์ ไปอยู่กับแม่ เพราะว่าการดูลูกอะไรอย่างนี้ก็ลำบาก เราก็ตัดสินใจจะไปเยี่ยมลูก เยี่ยมเมีย เราก็โดนรถชน ก่อนจะถึงห้อง แล้วรถพังหมดเลย เราก็โทร. ตามเขา บอกว่าโดนรถชน แต่ตัวไม่เป็นไร ตอนนั้นมีเงินติดตัวอยู่ 500 แล้วเงินก็กระเด็นหายไปไหนไม่รู้ เหลือติดตัวประมาณสัก 200 ได้ ก็กลับไป ทางตำรวจก็ลากรถเราไป ทีนี้เราต้องกลับมาทำงาน ตอนนั้นเราก็ร้อง จับมือเมียแล้วบอกว่าตอนที่เขาอ่อนแอ ตัวเองต้องเข้มแข็งนะ แล้วเขาจะถอดแหวนแต่งงานไปจำนำ เราก็บอกให้เก็บไว้ ไม่เอา

ทำยังไงถึงผ่านตรงนั้นมาได้ ?

คิง : ก็ได้กำลังใจที่เขาให้

ทุกอย่างจะแฮปปี้ แต่จู่ ๆ อายมาป่วยโรคซึมเศร้า ?

อาย : ก็คือตอนแรกไม่รู้ตัว แต่คนรอบข้างทักว่าอายเครียดอะไรหรือเปล่า หน้าเครียด ๆ เราก็คุยปกติ ไปไหนมาไหนปกติ หน้าตาเหมือนจะร้องไห้ตลอดเวลาเลย จนคนทักมาเกือบปี ลองไปพบจิตแพทย์ดีไหม หนูก็เลยลองไป หมอก็บอกประมาณว่าเป็นโรคซึมเศร้านี่แหละ ก็รับยา และรักษามา ช่วงแรกก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ พอผ่านไปสัก 3-4 เดือน หนูคิดว่าหนูหายแล้ว หนูก็หยุดยาเอง หนูไม่ไปหาหมอ แต่หมอก็เตือนแล้วว่าอย่าหยุดยาเอง เดี๋ยวจะมีเอฟเฟกต์ พอผ่านไป 2 เดือน หนูก็เริ่มพูดไม่รู้เรื่อง หนักกว่าเดิม ก็เลยกลับไป หมอบอกว่าเหมือนภาวะซึมเศร้าหลังคลอดสะสมมานานแล้วเราไม่รู้ตัว

คิงรู้ว่าเมียเป็นโรคซึมเศร้า แล้วทำยังไง ?

คิง : ผมมารู้ตอนที่แม่ยายเริ่มทัก บอกว่าคิงดูน้องหน่อย น้องดูไม่ปกติ ตอนนั้นเขาตัวเหลือง ๆ ผอม ๆ ผมร่วง จนวันหนึ่งอาบน้ำด้วยกัน ผมเห็นแล้วช็อก เหมือนคนที่หนังหุ้มกระดูก จากน้ำหนัก 47 เหลือ 39 ในช่วงเวลา 2 เดือน ผมก็กลับมานั่งคิด คืนนั้นผมร้องไห้ เราทำงานหาเงิน เราใช้เงินดูแลเขาอย่างเดียว มันไม่สบายเหรอ ถึงละเลย ปล่อยให้เขาเป็นโรคนี้ขึ้นมาได้ ก็คิด หาเวลา ทำความเข้าใจ คุยกับเขาให้มากขึ้น เขาก็กลับขึ้นมาได้ในระดับหนึ่ง เราก็ยอมลดในสิ่งที่กระทบกระเทือนจิตใจเขา ตอนนั้นก็ทำเพลงให้เขา ก็เหมือนเป็นการบอกเลิกพฤติกรรมไม่ดี เพื่อขอโทษเขา บอกเขาอย่าไปไหนจากเรา เราจะพยายามทำให้ดีที่สุดเพื่อเขา

ตอนนี้หายหรือยัง ?

อาย : ยังค่ะ ยังต้องรับการรักษาไปเรื่อย ๆ

 

เรียบเรียงโดย                                    thaimarketing