หน้าแรก ข่าว / เทรนด์ใหม่ๆ “ครอบครัว” เคลื่อนไหวหลัง แพทย์ระบุอาการ “น้ำตาล เดอะสตาร์”

“ครอบครัว” เคลื่อนไหวหลัง แพทย์ระบุอาการ “น้ำตาล เดอะสตาร์”

2137
0

แพทย์ระบุอาการ “น้ำตาล เดอะสตาร์” ไม่ดี ครอบครัวเครียด!

จากการรายงานข่าวเมื่อค่ำวานนี้ (11 มิ.ย.) ถึงกรณีที่ น.ส.บุตรศรัณย์ ทองชิว หรือ น้ำตาลเดอะสตาร์ 5 ถูกหามส่งโรงพยาบาลสมุทรสาคร หลังมีอาการเลือดออกทางปากและจมูก หายใจไม่สะดวก และหมดสติ จนต้องปั๊มหัวใจถึง 2 ครั้ง

ซึ่งล่าสุดเมื่อเวลาประมาณ 09.00 น. วันที่ 12 มิ.ย. 2562 ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปยังครอบครัวของน้ำตาล เพื่ออัพเดทอาการล่าสุด ซึ่งทางครอบครัวระบุว่าตอนนี้กำลังคุยกับทางคุณหมออยู่ เนื่องจากอาการของดาราสาวอยู่ในขั้นที่ไม่ดี และน่าเป็นห่วง

อาการของน้ำตาลเกิดขึ้นเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 11 มิ.ย. โดยมีเลือดออกทางปากและจมูก หายใจไม่สะดวก ต้องปั๊มหัวใจถึง 2 ครั้ง และมีการรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลสมุทรสาคร ทางแพทย์ได้ช่วยชีวิตอย่างเต็มความสามารถ แต่อาการหนักเกินกว่าที่โรงพยาบาลจะรักษาได้ และต้องการส่งตัวมารักษาที่โรงพยาบาลในกรุงเทพฯ ซึ่งทางครอบครัวมีการติดต่อ 2 โรงพยาบาลอย่าง โรงพยาบาลธนบุรี และ โรงพยาบาลศิริราช แต่ด้วยอาการที่อยู่ในขั้นวิกฤต มีเลือดออกเพิ่มจนต้องมีการให้เลือดอยู่ตลอด จึงเป็นเหตุทำให้มีการเคลื่อนย้ายในตอนแรกไม่ได้

ล่าสุดมีรายงานว่าทางครอบครัวได้ย้ายตัวน้ำตาลมารักษาตัวที่โรงพยาบาลศิริราชและมีแพทย์ดูแลอย่างใกล้ชิด ขณะนี้แพทย์ก็ยังไม่สามารถบอกได้ว่า อาการของน้ำตาลนั้นเกิดจากสาเหตุอะไร แต่จากการตรวจพบเบื้องต้นคือ มีเลือดออกในกระเพาะอาหารจำนวนมาก

“อาการล่าสุดตอนนี้ก็คงตัวเหมือนเดิม เหมือนตอนที่ได้ออกข่าวไป น้องตอนนี้ยังไม่รู้สึกตัว ไม่รู้สึกตัวในที่นี้คือไม่สามารถหายใจเองได้ แล้วหัวใจก็ไม่สามารถเต้นปกติเองได้ ตอนนี้คือต้องใช้เครื่องช่วยหายใจให้น้องมีชีวิตอยู่ตอนนี้ ที่รู้จากคุณหมอก็คือแค่นี้ อัปเดตจากที่ตอนแรกอยู่ที่โรงพยาบาลตัว วิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้นเพราะว่าโรงพยาบาลไม่มีแพทย์ที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน แล้วเขาบอกเคสนี้ค่อนข้างใหญ่ แล้วก็ค่อนข้างเสี่ยง เขาก็เลยแนะนำว่าให้หาแพทย์เฉพาะทางดีกว่า”

“กระบวนการรักษา รอคุณหมอ ต้องบอกเลยว่าโชคดีมากที่คุณหมอ ปรัญญา สากิยลักษณ์ จากศิริราช ท่านให้ความกรุณามากที่มาช่วย เพราะปกติไม่ได้รับเคสอย่างนี้ง่ายๆ ท่านไปที่โรงพยาบาลตัวจังหวัดเพื่อที่จะไปดู ไปดูอาการให้ และก็นั่งรถมากับน้องเพื่อที่มารักษาที่ศิริราช ส่วนตัวรถก็ต้องขอบคุณทางโรงพยาบาลกรุงเทพด้วยที่เขายอมให้ใช้รถทั้งที่เราไม่ได้อยู่ที่โรงพยาบาลเขา นึกออกใช่ไหมคะ ด้วยความที่รถเขาค่อนข้างพร้อม และเป็นรถที่อุปกรณ์ครบ ก็ต้องขอบคุณด้วย”

“สาเหตุที่แน่ชัดยังไม่ทราบ ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนที่ตรวจวิเคราะห์อยู่ ก็คือตั้งแต่มานี้ผึ้งยังไม่ได้คุยกับคุณหมอ ยังไม่ได้เข้าไป ยังไม่ได้เจอน้อง”

“อาการเกิดขึ้นจริงๆ ผึ้งต้องบอกก่อว่าผึ้งไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ เป็นคุณแม่ แต่ว่าจากที่ฟังคุณแม่เล่าก็คือทานข้าว ก็มีอาการปกติไม่ได้มีอาการอะไร ก่อนหน้านี้น้องก็ไม่ได้มีอาการป่วย ทานข้าวแล้วก็เหมือนกับคนที่เขาเลือดกำเดาไหล แต่เขารู้สึกว่าเลือดกำเดาจะไหล เขาก็ปิดแต่มันออกมาทางปาก ออกมาเป็นเลือดเหมือนเด็กสำรอกออกมานิดหนึ่ง แล้วเขาก็เลยคุยกับคุณแม่ว่ามันเป็นเลือดลิ่มๆ เลยรู้สึกว่ามันอาจเป็นเลือดกำเดาที่ค้างอยู่ตรงนี้หรือเปล่า เพราะว่ามันเชื่อมกัน คุณแม่ก็เลยให้นั่งพัก พอสักพักหนึ่งมันกลายเป็นว่ามันออกมาอีก มันสำรอกออกมาอีกและมันก็ออกมาเรื่อยๆ ออกมาทั้งทางปากและจมูก ออกมาไม่หยุด”

“น้องก็มีอาการเซ เหมือนคนสติไม่เต็มร้อย เดินเซ บังคับตัวเองไม่ได้ คุณแม่ก็จับให้นั่งลง แล้วน้องค่อยๆ เหมือนจะหมดสติลง คุณแม่ก็ทำการปั๊มหัวใจเบื้องต้น เอาน้องนอนลงและปฐมพยาบาลเบื้องต้น พร้อมกับเรียกรถพยาบาล พอรถพยาบาลมาก็พาขึ้นและก็ใส่เครื่องช่วยหายใจ แต่อาจจะมีจังหวะหนึ่งที่เคลื่อนน้องขึ้นรถ อาจจะทำให้การปั๊มมันไม่ต่อเนื่อง อาจจะทำให้น้องขาดออกซิเจนไปเลี้ยงสมอง ตอนนี้คุณหมออาจจะกังวลเรื่องนี้อยู่ด้วย เพราะว่าตอนที่ไปถึงที่โรงพยาบาลมันมีภาวะที่น้องหยุดหายใจไป 2 รอบ แล้วก็ปั๊มหัวใจขึ้นมา 2 รอบ รอบแรกขึ้นมาฟื้นแล้ว รอบที่สองก็คือปั๊มอีก แต่รอบที่สองใช้เวลาปั๊มอยู่ประมาณครึ่งชั่วโมง น้องถึงจะเหมือนดีขึ้นนิดหนึ่ง แล้วพอเอ็กซ์เรย์มา ปอดข้างหนึ่งเหมือนมันแตก คุณหมอก็เลยต้องเจาะอีกข้างหนึ่งเพื่อระบายอาการ ประมาณนี้”

“ปอดข้างนึงไม่เต็มร้อย แต่ว่าผึ้งก็ยังไม่แน่ใจ อย่างที่บอกว่ายังไม่ได้รับการตรวจอย่างละเอียด เลยยังไม่อยากพูดอะไร อยากให้ฟังจากคุณหมอดีกว่า อันนี้คืออาการเบื้องต้นที่ผ่านมา ก่อนที่จะมาถึงตรงนี้ตามที่บอกได้ ส่วนการรักษาจะเป็นยังไง หรืออาการอัพเดทจะเป็นยังไงอยากให้รอคุณหมอจะดีกว่า”

“อย่างที่รู้คือคุณหมอเชี่ยวชาญด้าน ปอด หัวใจ แล้วก็บวกกับที่ว่าเหมือนกับว่าเคสนี้ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยๆ เขาคงมีความที่อยากจะช่วย ผึ้งก็ไม่แน่ใจ แต่ถือเป็นความโชคดีที่มันเกิดขึ้นกับน้อง ส่วนวิธีที่จะรักษาจะเป็นแนวไหนอันนี้เรายังไม่แน่ใจจริงๆ เพราะว่าผึ้งยังไม่ได้คุยกับหมออย่างที่บอก อาการก็เรียกว่าโคม่าอยู่ เขาไม่ได้ดีขึ้น แต่ก็ไม่ได้ทรุดลง ก็ทรงๆ ก็คือรอคุณหมอ”

“น้ำตาลแข็งแรงมาตลอด ใช่ ไม่มีโรคประจำตัว เลยยังงงว่า ไม่แน่ใจว่าเป็นอะไร คุณพ่อคุณแม่ตอนนี้ก็ทำได้แค่ว่าใจเย็นๆ เพราะว่าบ้านผึ้งไม่ได้เป็นคนที่แบบว่าพูดอะไรกันอยู่แล้ว จะอยู่ด้วยกันมากกว่า พอผึ้งรู้ก็ขับรถมา เพราะว่าผึ้งไม่ได้อยู่บ้านเดียวกัน ก็ขับมาเดี๋ยวนั้นเลย ก็มาอยู่ตั้งแต่เมื่อคืนจนตอนนี้ ก็อยู่ด้วยกัน ทางครอบครัวยังมีความหวังอยู่ มีค่ะ ต้องมีอยู่แล้ว”

“คุณหมอเรียกเข้าไปคุย ยังรออยู่ค่ะ ยังรออยู่แล้วก็… ผึ้งก็หวัง ครอบครัวก็หวังว่ามันจะต้องดีขึ้น มันจะต้องหาย เพราะว่าทุกคนทำสุดความสามารถแล้ว เลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้เขาแล้ว สำหรับน้อง และผึ้งต้องขอบคุณอีกอย่างหนึ่ง คือพอทุกๆ คนรู้ข่าวก็ช่วยกัน ไม่ว่าจะเป็นพี่ๆ สื่อ หรือว่าทางบริษัทเอ็กแซกท์เอง หรือทีมงานเดอะสตาร์ทุกคนก็ช่วยกัน ผึ้งคิดว่าถ้าเกิดน้องรู้(เสียงสั่นเครือ) น้องคงดีใจ และผึ้งก็อยากให้น้องตื่นขึ้นมาเป็นที่รักของคนอื่นอีก”

“ฝากอะไรถึงแฟนคลับ ตอนนี้มีคนทักเข้ามาเยอะ ซึ่งต้องขอโทษไว้ด้วย เพราะผึ้งอาจจะตอบได้ไม่ครบ แล้วจริงๆ มันก็ไม่สะดวกอย่างที่พี่ๆ เห็นว่าไม่สะดวกที่จะตอบ ก็ฝากตรงนี้ไปเลยว่าขอบคุณมาก และผึ้งรับรู้ทุกความห่วงใย และเชื่อว่าถ้าตาลตื่นขึ้นมาแล้วรู้ว่าทุกคนรักเขา เขาก็ต้องดีใจ ขอบคุณมากๆ”

“เรามีพี่น้อง 3 คนแล้วอีกคนไปเมืองนอก ซึ่งตอนแรกไม่ได้บอกเขา แต่อีกใจหนึ่ง ยังไงเพื่อนๆ ก็ต้องรู้ เราก็เลยตัดสินใจบอกไปว่าทุกอย่างที่เราทำ ก็ดีสำหรับเขาแล้ว คือไม่อยากให้เขาเป็นห่วง เพราะเราก็กำลังจัดการทุกอย่างแล้ว”

“ครอบครัวเราวิเคราะห์ไม่ออกเลย เพราะน้องเขาก็ปกติเหมือนเราทุกคน ไม่รู้ว่าเป็นอะไร อย่างคุณหมอที่ไปรับตัวน้องมา ท่านก็วิเคราะห์เบื้องต้นว่าน่าจะเกี่ยวกับปอดเพราะเลือดที่ออกมาจากปอด ซึ่งปอดข้างหนึ่งได้แตกไปแล้ว แต่ไม่แน่ใจว่ามาจากการปั้มหรือเลือดมันทะลักออกมา มันก็ทำให้ร่างกายไม่สมบูรณ์”

“และตอนนี้ก็ไม่แน่ใจว่าถ้าหายแล้วจะปกติ 100% หรือเปล่า เพราะออกซิเจนไม่ได้ไปเลี้ยงสมองถึง 2 ครั้ง และตาลเป็นคนใช้ชีวิตปกติมาก ไม่ได้กินเหล้า ไม่ได้สูบบุหรี่ ก็เลยงงว่าเป็นเพราะอะไร ก็เลยคุณหมอวินิจฉัยดูว่าเป็นอะไร เพราะอย่างที่บอกไปว่าเขาทรุดลงไปเลย เหมือนมีเลือดกำเดาไหล มันไม่หยุด ในกระบวนการนี้เขาเสียเลือดเยอะมาก ให้เกล็ดเลือดเยอะมาก หมอที่โรงพยาบาลประจำจังหวัดยังบอกเลยว่าต้องอาการเป็นนาทีต่อนาที สามารถไปได้ทุกนาที และที่ผึ้งต้องรอจนนาทีสุดท้าย ที่ต้องเคลื่อนย้ายเพราะเขาไม่แนะนำให้เคลื่อนย้าย จนอาการน้องเริ่มทรง แม้มันจะมีความเสี่ยงก็ตาม แต่เราก็จะทำ และถ้าเสี่ยงไม่ย้ายก็เท่ากับน้องรออยู่ที่นั่น ผึ้งกับครอบครัวก็คิดแล้วว่ามันมีค่าเท่ากัน ก็เลยทำการย้าย เชื่อว่าทีมแพทย์ที่นี่พร้อมซัมพอร์ตเราทุกด้าน”

โดยในอินสตาแกรมของน้ำตาลที่ใช้ชื่อว่า @numtarny มีเพื่อนพ้องในวงการ รวมถึงแฟนๆ เข้าไปให้กำลังใจกันอย่างมาก

น้ำตาล หรือ นางสาว บุตรศรัณย์ ทองชิว เกิดเมื่อวันที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2533 ปัจจุบันอายุ 28 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ที่ จังหวัดสมุทรสาคร จบการศึกษาปริญญาตรีจากวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล เอก Voice เข้าวงการจากการประกวดรายการ “เดอะสตาร์ ค้นฟ้าคว้าดาวปี 5” ก่อนจะมีผลงานแสดงอาทิ ซิทคอม “ผู้กองเจ้าเสน่ห์” ประกบ “มอส” ปฏิภาณ ละคร ข้ามเวลาหา, พ่อปลาไหล และ ใจรัก ภาพยนตร์เรื่อง “เทวดาท่าจะเท่ง”

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here