หน้าแรก ข่าว / เทรนด์ใหม่ๆ สำคัญมาก “ฝนตก” คนมีรถคว รรู้

สำคัญมาก “ฝนตก” คนมีรถคว รรู้

292
0

ฝนตกหนัก “ห้าม” เปิดไฟฉุกเฉินวิ่ง…จริงไหม ?

ฝนตกหนัก “ห้าม” เปิดไฟฉุกเฉินวิ่ง…จริงไหม ? คำตอบคือ “จริง” ครับ ไม่นานมานี้ ผมไปทำงานต่างจังหวัด และเจอกับอุบัติเหตุขณะฝนตกหนักมากับตัว เป็นการชนท้ายที่ดูคล้ายอุบัติเหตุทั่วไป แต่ถ้ามองกันดีๆ สาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้เกิดจาก “พฤติกรรมการใช้รถที่ผิด” จนทำให้ผู้ร่วมทางเกิดความสับสน

จากการพร้อมใจกันเปิด “ไฟฉุกเฉิน” วิ่งขณะฝนตกหนัก เพราะคิดว่าเปิดแล้ว คนจะได้มองเห็นรถเรามากขึ้น ที่สำคัญใครๆ เขาก็เปิดกัน ถ้าไม่เปิดอาจถูกมองเป็นแกะดำก็ได้ เป็นเหตุให้รถดวงจู๋ที่จอดรถรอฝนซาบนไหล่ทาง ต้องโดนชนท้าย ! ทั้งๆ ที่เปิดไฟฉุกเฉิน และหลบอยู่บนไหล่ทางอย่างถูกต้องตามกฎหมาย (กฎหมายกำหนดให้ใช้ไฟฉุกเฉินได้ เฉพาะกรณีรถที่ “จอดเสีย” อยู่กับที่เท่านั้น) ผมเชื่อว่าเหตุการณ์ดังกล่าว ท่านผู้อ่านคงเคยเจอกับตัวเองมาบ้าง และบางท่านอาจทำตามด้วยความไม่ตั้งใจ เรามาสร้างความเข้าใจด้วยกันครับ

ยิ่งเปิด (ไฟฉุกเฉิน) ตายิ่งลาย ! การเปิดไฟฉุกเฉินขณะฝนตก จะทำให้ผู้ขับรถตามหลังมา รวมถึงผู้ร่วมใช้ถนนอื่นๆ ไม่สามารถรับรู้ถึงความต้องการของเราได้ ว่าต้องการจะเปลี่ยนเลนไปทางซ้าย หรือทางขวา หรือต้องการที่จะจอด เนื่องจากไฟเลี้ยวที่เราเปิดนั้น (กะพริบด้านเดียว) ไม่ทำงานขณะเปิดไฟฉุกเฉินอยู่ (เห็นเพียงไฟกะพริบ 2 ด้านพร้อมกัน) และที่สำคัญ การเปิดไฟฉุกเฉินยังส่งผลให้ดวงตาของผู้ขับขี่พร่าเบลอได้

จากการหักเหของแสงสีเหลือง (แสงสีเหลืองเป็นแสงที่มีความสามารถในการจับวัตถุในที่มืดได้ดี) ที่กระทบกับหยดน้ำฝน หรือพื้นถนนที่มีน้ำขัง เข้าสู่ดวงตาเรา และยิ่งมีรถหลายคันเปิดไฟฉุกเฉินพร้อมกันด้วยแล้ว จะทำให้กะระยะได้ยาก สายตาจะเบลอจนตาลาย ไม่รู้คันไหนจะเลี้ยวไปทางไหน เหมือนเจอฝูงหิ่งห้อยตัวใหญ่บนถนนไม่มีผิด

หากฝนตกหนัก ต้องทำอย่างไร ? ถ้าจำเป็นต้องขับรถขณะฝนตกหนัก และมีทัศนวิสัยที่แย่ ควรปฏิบัติดังนี้

1. เปิดระบบปัดน้ำฝนให้แรงสุด (ไม่ต้องกลัวพัง) และลดความเร็วของรถลงจนกว่าจะมองเห็นทัศนวิสัยได้ชัดขึ้น

2. เปิดไฟส่องสว่างให้หมด (ยกเว้นไฟสูง) ถ้ารถมีไฟตัดหมอกหน้าหรือหลังให้เปิดด้วย การเปิดไฟตัดหมอกให้สังเกต ถ้ามองไม่เห็นไฟท้ายรถคันหน้าในระยะ 50-100 เมตร สามารถเปิดได้ แต่เมื่อทัศนวิสัยดีขึ้นตามลำดับให้ปิดทันที เพื่อไม่ให้เข้าตารถเพื่อนร่วมทาง

3. ทิ้งระยะห่างจากรถคันหน้าในระยะที่คิดว่าปลอดภัย และไม่ควรเปลี่ยนเลนไปมาโดยไม่จำเป็น เพียงเท่านี้ ทั้งคุณ และเพื่อนร่วมทาง ก็จะผ่านสถานการณ์ที่เลวร้ายไปได้ และสามารถใช้ถนนร่วมกันได้อย่างปลอดภัยมากขึ้นแล้วละครับ

ไม่นานมานี้ ผมไปทำงานต่างจังหวัด และเจอกับอุบัติเหตุขณะฝนตกหนักมากับตัว เป็นการชนท้ายที่ดูคล้ายอุบัติเหตุทั่วไป แต่ถ้ามองกันดีๆ สาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้เกิดจาก “พฤติกรรมการใช้รถที่ผิด” จนทำให้ผู้ร่วมทางเกิดความสับสน จากการพร้อมใจกันเปิด “ไฟฉุกเฉิน” วิ่งขณะฝนตกหนัก เพราะคิดว่าเปิดแล้ว คนจะได้มองเห็นรถเรามากขึ้น ที่สำคัญใครๆ เขาก็เปิดกัน ถ้าไม่เปิดอาจถูกมองเป็นแกะดำก็ได้ เป็นเหตุให้รถดวงจู๋ที่จอดรถรอฝนซาบนไหล่ทาง ต้องโดนชนท้าย ! ทั้งๆ ที่เปิดไฟฉุกเฉิน และหลบอยู่บนไหล่ทางอย่างถูกต้องตามกฎหมาย (กฎหมายกำหนดให้ใช้ไฟฉุกเฉินได้ เฉพาะกรณีรถที่ “จอดเสีย” อยู่กับที่เท่านั้น) ผมเชื่อว่าเหตุการณ์ดังกล่าว ท่านผู้อ่านคงเคยเจอกับตัวเองมาบ้าง และบางท่านอาจทำตามด้วยความไม่ตั้งใจ เรามาสร้างความเข้าใจด้วยกันครับ

 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here