หน้าแรก บันเทิง เผย “ดาราดัง” เคยคิดออกจาก วงการ

เผย “ดาราดัง” เคยคิดออกจาก วงการ

271
0

หากเอ่ยชื่อ ใหม่ เจริญปุระ คงไม่มีใครไม่รู้จักเพราะนอกจากเธอจะเป็นนักร้องเสียงดีแล้ว เธอยังเป็นนักแสดงมากความสามารถอีกต่างหาก กับละครเรื่องล่าสุด กรงกรรม ที่เธอได้ฝากฝีมือไว้ในบทบาทของ แม่ย้อย ก็ทำเอาคนดูอินไปตามๆ กันเลยทีเดียว ทั้งนี้ ใหม่ เจริญปุระ ได้มาเปิดใจผ่านทางรายการคุยแซ่บ Show ทางช่อง ONE31 ที่มี พีเค ปิยะวัฒน์ และ ธัญญ่า ธัญญาเรศ เป็นพิธีกร ถึงเรื่องราวต่างๆ ประสบการณ์ในการทำงานวงการบันเทิง

เส้นทางการเป็นนักแสดงของพี่? ใหม่ : “ถ้าย้อนกลับไปตอนเราเกิดใหม่ๆ โอ้โห…เต้นกิน รำกินไม่ไหวหรอกผู้หญิงคนนี้ แต่ก่อนกลับโดนดูถูกด้วยซ้ำไปคือพี่สาวใหม่สวยๆ คุณพ่อเขาก็จะไปจัดการกับผู้กำกับว่าอย่ามายุ่งกับลูกนะ พอถึงคิวใหม่เป็นลูกเป็ดขี้เหร่ก็คงไม่มีใครมอง แต่ทีนี้พ่อเองมาบอกว่าพ่อประสบความสำเร็จ เดี๋ยวไปเล่นละครพ่อกัน แต่พอพ่อพูดเสร็จพ่อหายไป เราก็รอกับแม่ และใหม่กับที่บ้านสนิทกับอาแอ๊ด-สมบัติ เมทะนี แล้วเราก็ไปทานข้าวกันที่โรงแรม แล้วเขาจัดงานพอดี ทีนี้เขาก็บอกว่าเดี๋ยวหลานมันเบื่อให้ไปเล่นงานเลี้ยงข้างบนสิ แล้วพี่สาวบอกว่าดีเลย เดี๋ยวแกเข้าไปเจออาจารย์คนนี้นะ” “พอไปเจอเราก็แนะนำตัวบอกว่ามาสมัครเล่นหนัง อาจารย์เขาถามว่าอยู่ที่ไหน เราก็เลยบอกว่าเรียนอยู่อังกฤษ แล้วเขาก็ถามต่อว่าแล้วพ่อแม่ล่ะ เราก็ไม่ได้เตรียมมา บอกว่าพ่อแม่ค้าขาย แล้วเขาถามชื่ออะไร เราก็บอกว่า ชื่อใหม่ แล้วตอนนั้นนักข่าวกำลังรุมอาจารย์ พอเขาได้ยินชื่อใหม่ก็หันมาบอกว่าถ่ายนางเอกใหม่หน่อย เราก็อุ้ย…ทำไมเป็นนางเอกง่ายจังเลย ปรากฏว่าอาจารย์ให้ที่อยู่ถ้าอยากเป็นนางเอกไปที่นี่”

นานไหมกว่าจะได้เล่นหนังเรื่องแรก? ใหม่ : “ก็เป็นปีนะ ก็คือว่านัดไปเทสต์หน้ากล้อง เราคิดในใจเป็นนางเอกทำไมถ่ายเยอะขนาดนี้ แล้วท่านก็พาไปได้ไปเจอกับหม่อมเจ้าทิพยฉัตร ฉัตรชัย ก็แนะนำให้รู้จักนางเอก ท่านก็บอกว่าไม่ต้องแนะนำ ผมรู้จักนี่ลูก รุจน์ รณภพ พี่ยิ่งสลดหนักเลย เพราะว่าถ้าเกิดลูกรุจน์คือฉันจบเลย เพราะพ่อค่อนข้างดุ แล้วจากนั้นไม่นานพี่สาวก็แต่งงานก็มีโอกาสไปเจอกับพ่อและอาจารย์ไพจิตรในงาน เราก็มองกับแม่

แน่นอนแล้วเขาต้องคุยกันแน่ แล้วพ่อก็ไปคุยจริงๆ” “แล้วอาจารย์ก็มาเล่าทีหลังว่า พ่อบอกขอร้องอย่ายุ่งกับลูกผม ผมขอเลยไม่ต้องเอาเขาไปเลย ให้เขาไปเรียนหนังสือ อย่ามายุ่ง อาจารย์บอกว่าผมทำแบบนี้กับเด็กคนนี้ไม่ได้ มันฝัน มันหวังของมันเหลือเกิน แล้วผมเซตกองถ่ายไว้หมดแล้ว เตรียมเรื่องราว ซื้อตั๋วไว้หมดแล้วจะไปถ่ายที่อังกฤษกัน พ่อก็พูดไม่ออก”

พี่บอกว่าที่พ่อไม่อยากให้เล่นหนังเพราะกลัวโดนดูถูก แล้วพอพี่มาเล่นเคยโดนดูถูกไหม? ใหม่ : “ถ้าจะดูถูกมันกลับกันแล้ว มันกลายเป็นสงสัยเด็กเส้น ซึ่งเขาไม่รู้ว่ากว่าจะมายืนตรงนี้โคตรลำบากเลย แล้วที่สำคัญมันจี๊ดหัวใจเมื่อทุกคนถามทำไมไม่เล่นหนังพ่อ เราก็ถามพ่อเรื่องจะเอาเราไปเล่นหนัง เขาก็กลายเป็นอีกแบบ เขาบอกว่าก็ลูกดังแล้ว เดี๋ยวเหมือนพ่อมาคว้าตอนลูกดัง ก็เป็นแบบนั้นไปอีก เรารก็เลยคิดว่าชีวิตนี้คงไม่มีโอกาสเล่นกับพ่อแล้วล่ะ

เสียดายไหม? ใหม่ : “ใหม่เคยเสียดาย แต่ใหม่ว่าใหม่ต้องผ่านความยากลำบากก่อน แล้วถึงมีที่ยืนอยู่อย่างทุกวันนี้ได้ ถ้าเกิดพ่อเอาไปเล่น เราอาจจะสบายใจได้เป็นลูกรุจน์พ่อก็ต้องเขียนบทที่ดีให้เราคงไม่ต้องผ่านความยากลำบากเหล่านั้น เราคงไม่แกร่ง คงไม่มีความพยายามพัฒนาตนมาถึงทุกวันนี้ เพราะฉะนั้นไม่เล่นก็ไม่เป็นไร ก่อนพ่อจะจากไปพ่อพูดอะไรไว้เยอะแยะมากมายที่ทำให้เรารู้สึกภูมิใจยิ่งกว่าได้เล่นละครได้เล่นหนังของพ่อ พ่อก็จะบอกคนอื่นและบอกใหม่ว่าภูมิใจนะที่คุณเกิดมาเป็นลูกผม ผมดีใจจังเลย ใหม่น้ำตาแตก รู้สึกว่าถึงเราจะไม่ได้ทำงานด้วยกันแค่เป็นพ่อ ลูกกัน มันก็ที่สุดแล้ว”

แล้วอยู่ดีๆ ไปเป็นนักร้องได้ยังไง? ใหม่ : “ก็ไปสมัครอีก ก็ไปแคส แต่เป็นการแคสที่ค่อนข้างวีไอพีนิดนึง ก็คือว่ามีหนังเรื่องหนึ่งที่เล่นอยู่ชื่อวัยร็อกเพลงร้อน แล้ววันนั้นบังเอิญไปเจอพี่เล็ก-บุษบา ดาวเรือง แล้วสักพักคนก็เรียกไปไหว้พี่เล็ก พี่เล็กก็เลยบอกว่าชอบร้องเพลงเหรอ วันหลังถ้าอยากร้องเพลงมาหาพี่นะ เราก็โทรไปนัด พี่เล็กให้ไปเจอคุณไพบูลย์์ ดำรงชัยธรรม เราก็เปิดเพลงที่เตรียมมาให้ฟัง เขาก็บอกว่าโอเคอยู่กับเราต้องเซ็นต์ 5 ปีนะ”

แล้วเมื่อ 5 ปีที่แล้วเกิดอะไรขึ้น? ใหม่ : ที่บอกว่าจะออกจากวงการใช่ไหม คือใหม่แค่รู้สึกว่ามันอิ่มตัว แบบไม่ต้องรอคนมาไล่ เราไล่ตัวเราเองนี่แหละ พี่รู้สึกว่าทำมาเยอะไม่เคยหยุดเลยอยากให้อะไรกับตัวเองจริงๆ เคยบอกว่าพี่หนูหยุดปีนึงได้ไหม ไม่ได้ 6 เดือนก็ไม่ได้ งั้นเราคงต้องหยุดตัวเองแล้ว”

เห็นว่ามีร้องไห้กลางฟาสต์ฟู้ดด้วย? ใหม่ : “ใช่ๆ ก็นี่แหละจุดชนวน 5 ปี คือแบบว่าเหนื่อยมาก เหนื่อยเจียนตาย ตอนนั้นก็นั่งอยู่ที่พื้นแล้วโทรไปหาแม่บอกว่าแม่ไม่ไหวแล้ว แม่ขายที่ มีอะไรก็ไปขาย เราไม่ต้องทำงานแบบนี้อีกต่อไปแล้ว แม่คงช็อก เพราะเสียงใหม่กรีดร้อง คือตอนนั้นเป็นคอนเสิร์ต 25 ปีใหม่ เจริญปุระ เราเดินออกไปโทรหาแม่ เพราะไม่ไหวแล้วทานข้าวไปน้ำตาตกในชามก๋วยเตี๋ยว คือแบบเหนื่อยจังเลย”

 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here