หน้าแรก ข่าว / เทรนด์ใหม่ๆ ไลก้าจับมือหัวเว่ย ตั้งศูนย์วิจัย “แม็กซ์ เบเร็ก อินโนเวชั่น แล็บ” ร่วมพัฒนานวัตกรรมชั้นสูงของการถ่ายภาพบนสมาร์ทโฟน

ไลก้าจับมือหัวเว่ย ตั้งศูนย์วิจัย “แม็กซ์ เบเร็ก อินโนเวชั่น แล็บ” ร่วมพัฒนานวัตกรรมชั้นสูงของการถ่ายภาพบนสมาร์ทโฟน

132
0

max-berek-innovation-lab_-signing_ren-zhengfei_dr-kaufmann

ไลก้าจับมือหัวเว่ย ตั้งศูนย์วิจัย “แม็กซ์ เบเร็ก อินโนเวชั่น แล็บ” ร่วมพัฒนานวัตกรรมชั้นสูงของการถ่ายภาพบนสมาร์ทโฟน สองผู้นำระดับโลกผสานจุดแข็งพัฒนาระบบเลนส์ และเทคโนโลยีการถ่ายภาพ

หัวเว่ย จับมือไลก้า แคเมอรา เอจี ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ในการก่อตั้งศูนย์วิจัยและนวัตกรรม “แม็กซ์ เบเร็ก อินโนเวชั่นแล็บ” (Max Berek Innovation Lab) ต่อยอดความสำเร็จในการเป็นพันธมิตรทางธุรกิจด้านการพัฒนาวิศวกรรมภาพและเลนส์ หลังจากที่ได้ร่วมมือกันมานาน 7 เดือน และประสบความสำเร็จในร่วมกันเปิดตัวสมาร์ทโฟนหัวเว่ย พี9 และ พี9 พลัส ครั้งแรกในตลาดโลกเมื่อ 5 เดือนก่อน

max-berek-innovation-lab_ren-zhengfei_dr-kaufmann

ศูนย์วิจัยแห่งนี้จะตั้งอยู่ที่สำนักงานใหญ่ของไลก้าที่เมืองเวทซลาร์ ประเทศเยอรมนี โดยจะป็นศูนย์กลางการพัฒนาระบบและซอฟต์แวร์ หรือเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับภาพและเลนส์ เพื่อพัฒนาคุณภาพของภาพถ่ายที่สร้างโดยแอพพลิเคชั่นด้านการถ่ายภาพและอุปกรณ์สื่อสาร ศูนย์แห่งนี้จะสร้างสรรค์โซลูชั่นด้านการสร้างภาพด้วยระบบคอมพิวเตอร์ augmented reality(AR) และvirtual reality (VR) นอกจากนี้หัวเว่ยและไลก้ายังจะร่วมมือกับมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยในประเทศเยอรมนีและประเทศอื่นๆ ในด้านการวิจัยและพัฒนาอีกด้วย

การก่อตั้งศูนย์วิจัยและนวัตกรรม “แม็กซ์ เบเร็ก อินโนเวชั่นแล็บ” เกิดจากวิสัยทัศน์และการผลักดันของ มร. เหริน เจิ้งเฟย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหัวเว่ย และดร. อันเดรอัส คอฟแมน ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่และประธานที่ปรึกษาของไลก้า แคเมอรา เอจี

มร. เหริน เจิ้งเฟย กล่าวเสริมว่า “ในอนาคต กว่า 90% ของดาต้าที่เราใช้กันจะอยู่ในรูปของภาพและวีดิโอ ศูนย์แม็กซ์ เบเร็ก อินโนเวชั่น แล็บ จะช่วยกระชับความสัมพันธ์ระหว่างเรากับไลก้า และทำให้เราสามารถพัฒนาคุณภาพของถ่ายภาพและวีดิโอได้อย่างต่อเนื่อง ดังนั้น หัวเว่ยจะสามารถนำเสนอนวัตกรรมล้ำสมัยในสมาร์ทโฟนที่มีกล้อง และสร้างประโยชน์ให้แก่ผู้บริโภคมากยิ่งขึ้นต่อไป”

ดร. อันเดรอัส คอฟแมน กล่าวว่า “การก่อตั้งแม็กซ์ เบเร็ก อินโนเวชั่น แล็บ จะช่วยให้หัวเว่ยและไลก้า แคเมอรา เอจี ต่อยอดความสำเร็จที่เกิดจากความร่วมมือเชิงเชิงกลยุทธ์ระหว่างทั้งสองบริษัท และวางรากฐานสำหรับความร่วมมือในด้านการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีด้านการถ่ายภาพในอนาคต”

มร. มาร์คัส ลิมแบร์เกอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายปฏิบัติการ ไลก้า แคเมอรา เอจี กล่าวว่า “หัวเว่ยและไลก้าต่างก็มีความโดดเด่นด้านการสร้างสรรค์นวัตกรรมและประสบการณ์มากมายในด้านการวิจัยและพัฒนา และยังทุ่มเทให้กับการพัฒนาและยกระดับมาตรฐานคุณภาพเช่นเดียวกัน ศูนย์แม็กซ์ เบเร็ก อินโนเวชั่น แล็บ จะเปิดโอกาสให้เราได้ผนึกกำลัง ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรและความเชี่ยวชาญที่มีอยู่ร่วมกันเพื่อสร้างสรรค์และนำเสนอเทคโนโลยีที่จะพลิกโฉมอุตสาหกรรมในอนาคต”

ศูนย์วิจัยและพัฒนาแห่งนี้ ตั้งชื่อให้เป็นเกียรติแก่ มร. แม็กซ์ เบเร็ก (2429-2192) ผู้บุกเบิกเทคโนโลยีกล้องจุลทรรศน์และเป็นผู้บุกเบิกเลนส์ไลก้ารุ่นแรก รวมทั้งยังออกแบบเลนส์อีกกว่า 20 ชนิดสำหรับกล้อง 35 มม. ที่ประดิษฐ์โดยออสการ์ บาร์แน็ค ด้วยประสิทธิภาพในการทำงานร่วมกันของเลนส์และคุณภาพของภาพที่ได้จากการออกแบบและสร้างสรรค์โดยออสการ์ บาร์แน็ค ทำให้ไลก้าประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูงในตลาดกล้องเลนส์ 35 มม.ทั่วโลก

ข้อมูลเกี่ยวกับ หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป

หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป เป็น ผู้จำหน่ายสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์อันดับ 2 ของโลก โดยจำหน่ายผลิตภัณฑ์และบริการคุณภาพสูงในกว่า 170 ประเทศทั่วโลกและมีผู้ใช้งานคิดเป็นหนึ่งในสามของประชากรทั่วโลก เราให้ความสำคัญด้านการวิจัยและพัฒนาเป็นอย่างมากโดยมีศูนย์วิจัยและพัฒนาอยู่ 16 แห่งในสหรัฐอเมริกา เยอรมนี สวีเดน รัสเซีย อินเดียและจีน หัวเว่ยคอนซูมเมอร์บิสสิเนสกรุ๊ปเป็นหนึ่งใน 3 ธุรกิจหลัก ได้แก่ สมาร์ทโฟน คอมพิวเตอร์พีซีและแทบเล็ต อุปกรณ์ไอทีที่สวมใส่ได้ และบริการบนเทคโนโลยีคลาวด์ ในด้านระบบเครือข่าย หัวเว่ยมีประสบการณ์มานานกว่า 20 ปีในอุตสาหกรรมเทเลคอม และได้สร้างสรรค์เทคโนโลยีที่ล้ำสมัยเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนทั่วโลก

ข้อมูลเกี่ยวกับไลก้า
ไลก้า แคเมอรา เอจี เป็นผู้ผลิตกล้องและเลนส์ระดับพรีเมียมชั้นนำของโลก ที่มีประวัติอันยาวนานด้านการผลิตเลนส์ที่มีคุณภาพสูง ปัจจุบัน ไลก้ามีผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีทันสมัยให้ภาพคุณภาพสูงคมชัดในทุกสถานการณ์ ไลก้า แคเมอรา เอจี มีสำนักงานใหญ่ในเมืองเวทซลาร์ ในแคว้นเฮสเซ ประเทศเยอรมนี และโรงงานผลิตแห่งที่สองในเมืองวิลา โนวา ดิ ฟามาลิเกา ประเทศโปรตุเกส นอกจากนี้ยังมีสำนักงานในประเทศออสเตรเลีย จีน อังกฤษ อิตาลี ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น สวิตเซอร์แลนด์ สิงคโปร์ เกาหลีใต้ และสหรัฐอเมริกา โดยมีการสร้างสรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ และนวัตกรรมต่างๆ อย่างต่อเนื่อง อันเป็นปัจจัยที่ขับเคลื่อนความสำเร็จของไลก้าตลอดมา

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here