หน้าแรก ความรู้การตลาด การตลาดยุคใหม่ ต้องใส่ “Emotional Marketing” หรือการตลาดทางอารมณ์เข้าไปด้วย

การตลาดยุคใหม่ ต้องใส่ “Emotional Marketing” หรือการตลาดทางอารมณ์เข้าไปด้วย

569
0

emotion-brain-marketing-communication

“Emotional Marketing” หรือการตลาดทางอารมณ์ เป็นการสื่อสารด้วยอารมณ์ ความรู้สึกของกันและกัน โดยการสร้างอัตลักษณ์ขึ้นมาให้คนรับรู้และศรัทราในสิ่งเดียวกันนี้เมื่อคนเรามีความเชื่อและศรัทราในสิ่งเดียวกันแล้ว ความจงรักภักดีกับสิ่งๆ นั้นก็จะตามมาเอง

ทำให้แบรนด์มีความพิเศษและโดดเด่นมากกว่าแบรนด์อื่นๆ จนกลายเป็นค่านิยมในเวลาต่อมา ยกตัวอย่างแบรนด์ Apple ที่ไม่ว่าจะออกสินค้ามาให้วิจารณ์แค่ไหน ก็ยังมีอีกหลายคนที่พร้อมจะซื้อรุ่นใหม่ทันทีที่มีการเปิดตัว

หากแบรนด์ใดที่สามารถสร้างอัตลักษณ์ของตัวเองขึ้นมาแล้วนำไปวางไว้ในใจของผู้บริโภค จนสามารถเข้าถึงอารมณ์ความรู้สึกของกันและกันได้ แบรนด์นั้นจะมีความแข็งแกร่งมากกว่าแบรนด์คู่แข่งขึ้นมาทันที ต่อให้มีสินค้าแบรนด์อื่นดีกว่า แต่ผู้บริโภคก็ยังคนปกป้องและเชื่อว่าสินค้าแบรนด์ที่ตนชื่นชอบนั้นดีกว่าอยู่ดี

ยิ่งปัจจุบันอยู่ในยุคที่มีการใช้โซเชียลมีเดียกันอย่างแพร่หลาย โอกาสการเลียนแบบพฤติกรรมการซื้อ การเลือกใช้สินค้าตามกันก็เพิ่มมากขึ้น การตลาดทางอารมณ์จึงก่อให้เกิดเป็น Viral ได้ง่าย เมื่อทุกคนพร้อมที่จะทำตามกัน พร้อมที่จะบอกต่ออารมณ์ความรู้สึก และความเชื่อต่อๆ กันไปอย่างไม่รู้จบ

การตลาดแบบเดิมๆ ที่นำเสนอแต่ข้อดีของสินค้าจึงไม่สามารถทำให้แบรนด์อยู่รอดได้อย่างยั่งยืน จะต้องสามารถเข้าถึงอารมณ์ความรู้วึกของผู้บริโภคได้ด้วย ซึ่งจะทำให้แบรนด์สามารถอยู่ในใจผู้บริโภคได้ยั่งยืนกว่าการตลาดแบบเดิมๆ

และนั่นคือความเป็นอัจฉริยะของการตลาดทางอารมณ์ ที่เมื่อไหร่เราสามารถสร้างอัตลักษณ์ขึ้นมาอยู่ในใจผู้บริโภคได้แล้ว ใครมาติ ใครมาว่า แบรนด์แทบไม่ต้องทำอะไร เดี๋ยวก็มีผู้บริโภคที่คลั่งไคล้ในอัตลักษณ์เดียวกันนี้พร้อมใจกันออกมาต่อต้านทันที



ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here