หน้าแรก ข่าว / เทรนด์ใหม่ๆ 8 ดาราสาว คนดัง ที่ “ศัลยกรรม” มากที่สุดในวงการ

8 ดาราสาว คนดัง ที่ “ศัลยกรรม” มากที่สุดในวงการ

38093
0

เรื่องความสวยความงามมนั้นเป็นสิ่งที่หลายๆคน ก็หมายปองเเน่นอน ซึ่งตอนนี้เราจะมาพูดถึง 8 ดารานักแสดงคนดัง ที่ต้องใช้หน้าตาและรูปลักษณ์ในการทำงาน แต่บางคนเมื่อทำติดๆกันจนเกินไป หรือหน้าเปลี่ยนไปมาก ก็มักจะถูกเม้าท์ว่าเสพติดศัลยกรรมหรือเปล่า จะมีใครบ้างต้องไปติดตาม

 

8. ยิปโซ อริย์กันตา
สาวหมวยสุดน่ารักอย่าง ยิปโซ อริย์กันตาก็ยอมรับตรงๆ ว่าตนเองทำศัลยกรรมตา แต่อยากทำเพราะตาสองข้างไม่เท่ากัน ทำให้ตนเสียสมาธิในการแสดง ส่วนเรื่องถูกเม้าท์ว่าเสพติดศัลยกรรมนั้นสาวยิปโซเผยว่า ไม่เสพติดศัลยกรรมและคงไม่ทำอะไรเพิ่มอีก ทำแค่นี้ก็สวยได้ไม่ต้องพึ่งมีดหมอมาเฉือนเพิ่ม ทำแล้วปังสุดๆ เลยล่ะ สวยมากก สวยสะกดทุกสายตา สวยสดใส ทำเอาหนุ่มๆ หลงใหลกันทั่วบ้านทั่วเมือง

 

 

7. คริส หอวัง
หลังจากที่ คริส หอวัง ได้กรีดตาสองชั้นเพื่อให้ไม่หมวยมาแล้ว อีกหนึ่งความสวยของสาวคริสอย่างใบหน้าสุดเป๊ะ ดูเด็กกว่าวัยของเธอนั้น ก็ไม่ได้เด็กธรรมชาติ แต่มีตัวช่วย นั่นคือการฉีดโบท็อกหน้าอยู่ตลอด โดยสาวคริสนั้นยังกลัวตัวเองจะเสพติดศัลยกรรมซะด้วย เพราะว่าเธอนั้นอยากทำศัลยกรรมหน้าเพิ่มอีกหลายจุด แต่แล้วเธอก็พยายามหักห้ามใจตัวเองไว้ได้ ขอทำแค่ตาอย่างเดียวก็พอแล้ว ทำแค่ตาก็สวยเฉี่ยวสุดๆ หน้าเด็กมาก สวยสดใส ยิ้มกระชากใจไป 1 ที

 

 

6. โยชิ รินรดา
สำหรับดาราสาวประเภทสองสุดสวยอย่าง โยชิ รินรดา คนนี้นั้น เรียกได้ว่าความสวยของเธอถึงขนาดทำให้ผู้หญิงแท้ๆ ยังต้องยอมถวายมดลูกให้ ด้วยความสวยสุดเป๊ะของเธอนั้น จึงทำให้ผู้คนต่างพากันคิดว่าโยชินั้นเสพติดการศัลยกรรมหรือป่าว แต่โยชิมองว่าการศัลยกรรมในยุคปัจจุบันนั้นเป็นเรื่องปกติที่ผู้คนเริ่มให้การยอมรับการมากขึ้น การศัลยกรรมก็คือการแก้ไขและปกปิดจุดบกพร่องบนใบหน้า ซึ่งมันก็ไม่ใช่เรื่องผิด แถมเธอก็ไม่ได้ทำเยอะถึงขนาดยกเครื่องทั้งหน้าอะไรขนาดนั้น ซึ่งๆ แฟนๆ ก็รู้ดีว่ารูปตอนเด็กๆ กับปัจจุบันนั้น เธอทำไปแค่ไม่กี่จุดเท่านั้นเอง หน้าหวานมาตั้งแต่เด็กเลยล่ะ ใครจะว่าเสพติดศัลยกรรมก็ช่าง ไม่ซีเรียสจ้า ประสบความสำเร็จสุดๆ ณ ตอนนี้ สวยเจิดจรัสสุดๆ

 

5. มด ณปภัช
เรียกว่าดูดีขึ้นผิดหูผิดตาเลยทีเดียว สำหรับสาวสวยหน้าใส มด ณปภัช ที่เธอหน้าเปลี่ยนไปมาก จนหลายคนต่างเม้าท์ว่าเธอติดศัลยกรรมหรือเปล่า ทั้งนี้สาวมดก็ยอมรับตรงๆ ว่าตนเองทำจมูกพร้อมแก้มาแล้ว 2 ครั้งจริงๆ ส่วนเรื่องเสพติดศัลยกรรมนั้นเธอกล่าวว่า “ไม่ติดศัลย์หรอกค่ะ เพราะอย่างที่บอกว่าก่อนทำปรึกษาแพทย์ก่อน ปรึกษาคุณพ่อคุณแม่ก่อนอย่างน้อยมีคุณพ่อคุณแม่ ไม่ใช่ว่าอยู่ดีๆ เดินเขาไปคลินิกเลย ถ้าเขาโอเคเราก็ทำ ถ้าไม่อนุญาตก็ไม่ทำ เราแจ้งเขาก่อนถ้าเขาไม่โอเคก็ไม่ทำ ถ้าเขาอนุญาตเราก็หาข้อมูลที่ดีแล้วปรึกษาแพทย์ ตอนแรกเจอพี่ที่เอร์เอส เขาบอกว่าไปทำปาก แต่ทำแค่จมูกอย่างเดียว ทำตา ทำจมูกหน้าก็เปลี่ยนได้” ทำแล้วสวยปังสุดๆ ออร่าเฉิดฉายพุ่งแรงมากๆ เป๊ะทุกสัดส่วน

 

4. ดิว อริสรา
นางร้ายสุดแซ่บของวงการ ก็เป็นอีกหนึ่งคนที่ทำศัลยกรรมจนสวยเป๊ะสุดๆ แบบฉุดไม่อยู่เลยล่ะ สำหรับนางร้ายสาวสวยอย่าง ดิว อริสรา ที่ทั้งนี้ก็มีกระแสวิจารณ์ว่าสาวดิวเสพติดศัลยกรรมหรือเปล่า แต่เธอก็ยืนยันตรงๆ ว่าไม่เสพติดการศัลยกรรมแน่นอน เพราะปรึกษาแพทย์ทุกครั้ง แถมยังมีกระแสว่าเธอพยายามศัลยกรรมให้เป๊ะแบบซุปตาร์สาว เจานี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ อีกด้วย แต่งานนี้ก็ไม่ได้เป็นความจริงแต่อย่างใดจ้า สวยคม บาดลึกถึงขั้วหัวใจ สวยเฉียบสุดๆ แซ่บกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว

 

3. หวาย ปัญญริสา
เรียกว่าหน้าเปลี่ยนไปมากจนคนวิจารณ์ขึ้นเรื่อยๆ เลยก็ว่าได้ สำหรับอดีตนักร้องสุดเซ็กซี่ หวาย ปัญญริสา โดยเธอก็เผยว่า ถามว่าแคร์ไหม บอกเลยว่าโนสน โนแคร์ แต่ยืนยันที่ทำไปก็แค่ฉีดปากกับให้คุณหมอลงมีดอัพไซส์หน้าอกก็เท่านั้น ซึ่งการศัลยกรรมของเธอนั้น ทำให้เธอสวยเป๊ะ เผ็ดแซ่บขึ้นมามากเลยทีเดียว งานนี้ทำเอาหนุ่มๆ ถึงกับหัวใจพองโตไปตามๆ กันเลยล่ะ สวยพริ้ม สีปากแซ่บมาก พริกยกสวนจืดไปเลย ร้อนแรงดั่งไฟร์เยอร์

 

2. ขนมจีน กุลมาศ
ถูกวิจารณ์อย่างหนักเลยทีเดียว สำหรับนักร้องสาวเสียงดี ขนมจีน กุลมาศ กับฉายาหน้าเปลี่ยนทุกอัลบั้ม จนหลายคนคิดว่าเธอเสพติดศัลยกรรมหรือเปล่า โดยสาวขนมจีนก็ยอมรับว่าทำหน้าบ่อยตั้งแต่อายุ 13 ปี จนตอนนี้อยากทำเพิ่มแต่คุณหมอสั่งห้ามแล้ว แหม…สวยเป๊ะปังขนาดนี้แล้ว ยังจะทำเพิ่มอีกเหรอจ๊ะสาวขนมจีน สวยไม่เกรงใจใคร สวยถล่มทลายบ้านเมือง หน้าเป๊ะขั้นสุด

 

1. ครี พัสวีพิชญ์
“ครี พัสวีพิชญ์ ศรณ์อัครภา” ดารานางแบบและผู้กำกับสาวสุดเซ็กซี่ที่เปิดเผยอย่างหมดเปลือก ถึงเรื่องราวการใช้วิธีลัดลดความอ้วนส่วนเกินแสนเจ็บปวดของตนเอง เพื่อเป็นอุทาหรณ์กับใครก็ตามที่กำลังคิดหุ่นสวยด้วยการดูดไขมัน “ปกติ ไม่ได้เป็นคนอ้วน เป็นคนเอวคอดเล็กแบบหุ่นลูกแพร์ ช่วงบนเล็กเรียวช่วงล่างใหญ่ โดยเฉพาะช่วงต้นขากับเลิฟแฮนเดิลจะใหญ่มากถึงขนาดมองเห็นเป็น 2 สะโพก แถมออกกำลังกายยังไงมันก็ไม่ลดด้วยนะ มันจึงเป็นที่มาให้เราต้องวิ่งไปให้หมอช่วยเอาออก ก็เราอยากสวยนี่นา” “ผลจากการดูดครั้งที่สอง ช่วงเลิฟแฮนเดิลกับต้นขาเรียบสนิทอย่างที่ใจคิด

 

แต่ด้วยความที่เราหยุดปากไม่ได้ส่วนเกินมันก็กลับมาอีกหน ซึ่งกลับมาครั้งนี้มันไม่ได้มาที่เดิม แต่ย้ายที่กลับไปอยู่ในจุดที่เราไม่ได้ดูดแทน นั่นก็คือหน้าท้อง จากเมื่อก่อนไม่เคยเกิน 26-27 นิ้ว ใช้เวลาไม่ถึงปี มันกลับเพิ่มมาถึง 31 นิ้ว” ด้วยความที่ยังไม่เข็ดกับความเจ็บปวดจากการดูดไขมัน ทำให้ตัดสินใจกลับไปทำอีกเป็นครั้งที่ 3 รีดส่วนที่ยังเป็นปัญหาออกไปอีก 2,800 มิลลิลิตร จนในที่สุดก็ได้รูปร่างเปอร์เฟ็กต์กลับมาอีกหน แลกกับการนอนระบมในโรงพยาบาลพร้อมขอฉีดมอร์ฟีนระงับปวดไปอีก 4 วัน แต่ นอกจากทรวดทรงองค์เอวเล็กเพรียวแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ครีได้รับกับมาจากการดูดไขมัน 3 หน และฉีดคาบ็อกซี่อีก 98 ครั้ง คือความเสียหายของร่างกายที่จะไม่มีวันกลับ คือเป็นแบบเดิมได้อีกครั้ง “ทุกวันนี้เรายังเสียใจกับการที่เราไปทำ อยู่เลย ตอนนี้เราไม่สามารถใส่ขาสั้นได้อีกแล้ว เพราะหากสังเกตดี ๆ มันจะเห็นเป็นคลื่นของรอยเข็มดูดไขมันเต็มขาไปหมด แถมยังมีแผลเนื้อตายสนิทขนาดเท่าเหรียญสิบหลังต้นขา ที่เกิดจากการแทงเข็มลงไปแล้วเกิดไปตัดกับเส้นเลือดสำคัญอีก ทำให้เวลาถ่ายชุดว่ายน้ำจำเป็นต้องอาศัยการรีทัชเข้าช่วยลบรอยออก” อีกทั้งปัญหาของการดูดไขมันเป็นบางส่วนคือการกลับมาของส่วนเกินในจุดที่ไม่เคยดูดมาก่อน ครี เล่าว่าครั้งหนึ่งเคยไปฉีดโบท็อกซ์ที่หน้า แล้วแพทย์อัดเข้าไปรวดเดียวถึง 20 ยู (มากกว่าปกติถึง 2 เท่า)

ส่งผลให้เส้นเลือดบางส่วนหยุดทำงานไปชั่วครั้งชั่วคราว จนเกิดอาการหน้าแข็งทานข้าวไม่ได้ มีเสียงตุ๊บ ๆ ในหู ก่อนที่จะล้มหน้าฟาดไปแบบไม่ทันตั้งตัว อย่างไรก็ตาม แม้จะได้รับประสบการณ์ตรงจากความเสี่ยงแสนเจ็บปวดมาแบบเต็ม ๆ นับครั้งไม่ถ้วน แต่ดูเหมือนว่าครีจะยังไม่เข็ดหลาบอย่างจริงจัง เพราะทันทีที่ถามออกไปว่ายังคิดที่จะลดความอ้วนและส่วนเกินด้วยวิธีลัดอีก หรือไม่ เธอก็ตอบกลับมาโดยใช้เวลาคิดไม่นานว่า “ยังอยากทำเหมือนเดิม” วิธีแรกที่ครีตัดสินใจเลือกทำคือการฉีด “คาบ็อกซี่” เข้าที่ต้นขาทั้ง 2 ข้าง เพื่อลดขนาดให้เล็กลง และปรับผิวให้เรียบขึ้น แต่น่าแปลกตรงที่การฉีดคาบ็อกซี่กลับไม่ส่งผลใด ๆ ต่อรูปร่างต้นขาของเธอเลยแม้แต่น้อย แม้ว่าจะผ่านการฉีดอย่างต่อเนื่องมาถึง 98 ครั้งแบบวันเว้นวันแล้วก็ตาม อีกทั้งปริมาณการฉีดคาบ็อกซี่เข้าไปในขาแต่ละข้างยังมากถึง 5,000 ซีซี “การ ฉีดคาบ็อกซี่เข้าร่างกายความจริงแล้วมันเจ็บมาก

เหมือนกับมีอะไรเข้าไปแทงอยู่ข้างในขา เพราะมันเป็นการอัดแก๊สเข้าไปในร่างกายส่วนที่เป็นสุญญากาศจนขยายตัวออกและ วิ่งไปตามส่วนที่เราจะลด แต่เราฉีดมาเยอะมากจนร่างกายชินไม่รู้สึกเจ็บอะไรแล้ว แถมยังรู้สึกชอบโมเมนต์ความเจ็บตอนนั้นด้วยนะ เราว่ามันเพลินดีจนมีเผลอหลับไปก็เคยนะ” เมื่อคาบ็อกซี่ไม่ได้ผล ครีจึงได้รับคำแนะนำจากแพทย์ให้ลองใช้วิธี “ดูดไขมัน” หรือ “เบเซอร์” แทน ซึ่ง “น่าจะ” เห็นผลดีกว่า เช่นเคยกับการฉีดคาบ็อกซี่ เพราะการดูดไขมันครั้งนั้นสามารถรีดส่วนเกินออกมาได้เพียงแค่ 300 มิลลิลิตร เป็นที่มาของการตัดสินใจกลับไปเพิ่งมือหมอดูดไขมันอีกหน ซึ่งครั้งนี้ผลออกมาน่าพอใจมากสำหรับดาราสาว เพราะขจัดไขมันออกไปได้ถึง 2,200 มิลลิลิตร ส่วนเรื่องความเจ็บปวดทรมานจากการดูดไขมัน แน่นอนว่าไม่แตกต่างจากครั้งแรกเลยแม้แต่น้อย เพราะต้องนอนเลือดท่วมเตียงอีก 3 วันเต็มๆ

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here