google-search

เมื่อโลกของเราก้าวเข้าสู่ยุคทองของการสื่อสารที่รวดเร็วผ่านอินเตอร์เน็ต การค้นหาเรื่องราวต่างๆ บน Google จึงมีผลกระทบกับสินค้าหรือบริการต่างๆ มากมาย ถ้าแบรนด์ไหนพูดแล้วไม่ทำ หรือไม่รับผิดชอบต่อผู้บริโภค ก็อาจจะดับไปได้ในชั่วข้ามคืน ดังนั้นเรามาดูกันดีกว่าค่ะ ว่าเราจะพลิกภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่กำลังดูแย่ให้ดีขึ้นได้อย่างไรบ้าง

1. Fix Your First Impression : สร้างความประทับใจให้กับผู้บริโภคตั้งแต่แรกเห็น 

“halo effect” เป็นปรากฏการณ์ทางจิตวิทยาที่ผู้คนส่วนใหญ่จะเลือกความประทับใจลำดับแรกเป็นตัวเลือกต้นๆ เสมอ ถึงแม้ว่าจะมาพบทางเลือกใหม่ที่ดีกว่าภายหลังก็ตาม แบรนด์สินค้าหรือบริการจึงจะต้องปรับปรุงเว็บไซต์ของตัวเองให้ดูดีอยู่เสมอ เพราะเมื่อไหร่ที่เกิดความรู้สึกไม่ดีกับผู้เข้าชมเว็บไซต์แล้ว ก็อย่าหวังว่าจะได้เจอกันเป็นครั้งที่ 2 ง่ายๆ เลยนะ

2. Promote Your Values : บอกเล่าสิ่งดีๆ ของสินค้าหรือบริการออกมา

เราจำเป็นจะต้องบอกให้ผู้บริโภครู้ว่า สินค้าหรือบริการของเรานั้นดีอย่างไร และแตกต่างอย่างไรกับคู่แข่งรายอื่นๆ ราคา, คุณภาพ หรือดีต่อสิ่งแวดล้อมก็ตาม เราจำเป็นต้องสร้างจุดขายของตัวเองขึ้นมา แล้วสรรหาวิธีเล่าเรื่องให้ดูแตกต่างเหนือคู่แข่ง เช่น คุณแม่คนเก่งเท่านั้นที่เลือกใช้สินค้าของเรา เป็นต้น

3. Manage Your Online Reputation : ดูแลจัดการชื่อเสียงออนไลน์ของแบรนด์ให้ดี

ปัจจุบัน Google เปรียบเสมือนมาเฟียที่กุมเรื่องราวมากมายของผู้คนทั่วโลกเอาไว้ในมือหรือเปล่า แล้วจะเป็นอย่างไรถ้าเวลาค้นหาเรื่องราวต่างๆ บน Google แล้วพบแต่ความคิดเห็นเชิงลบ ซึ่งการจะไปลบเนื้อหาหรือเรื่องราวต่างๆ บน Google ออกนั้นเป็นเรื่องที่ทำไม่ได้ แต่เราสามารถที่จะสร้างเรื่องราวดีๆ เพิ่มลงไปใหม่ เพื่อผลักดันเรื่องราวด้านลบให้จางหายไปเองได้ ซึ่งมันก็ทำได้หลายวิธีนะ ลองหาคนที่เชี่ยวชาญและมีความสามารถด้านนี้เข้ามาจัดการอย่างต่อเนื่อง ก็จะช่วยบริหารชื่อเสียงได้ดีเลยหล่ะ

4. Advertise Human Interest Stories : ป่าวประกาศเรื่องราวที่ผู้คนให้ความสนใจ

เรื่องราวดีๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน เป็นเรื่องที่อ่อนโยนต่อความรู้สึก และสามารถเข้าถึงอารมณ์และจิตใจของคนได้เป็นอย่างดี แบรนด์ควรหยิบยื่นตัวเองเข้าไปอยู่ในเรื่องราวเหล่านั้น ยกตัวอย่างเช่น เกิดเหตุฉุกเฉินทำให้แม่ต้องให้กำเนิดลูกน้อยในร้านค้าของตัวเอง แล้วแบรนด์ได้หยิบยื่นของขวัญให้ทารกที่ลืมตาขึ้นมาดูโลกใบนี้ ต่อให้เป็นการ์ดเพียงใบเดียว ก็ทำให้เกิดความรู้สึกดีๆ ให้ผู้ที่พบเห็นนำไปบอกต่อถึงความประทับใจ โดยที่แบรนด์ไม่ต้องป่าวประกาศอะไรเลยด้วยซ้ำ

5. Engage on Social Media : เข้าไปมีส่วนร่วมในสื่อสังคมต่างๆ อย่างถูกวิธี

นอกจากเราจะต้องเอาแบรนด์เข้าไปอยู่บนสื่อสังคมที่กลุ่มเป้าหมายของเราอยู่แล้ว เรายังต้องรู้จักใช้สื่อเหล่านั้นให้เป็น เพราะมันไม่ใช่แค่การสร้างบัญชีผู้ใช้ขึ้นมาแล้วแล้วไม่อัพเดทอะไรเลยก็ไม่ได้ เราจะต้องมีการอัพเดทเรื่องราวต่างๆ อย่างต่อเนื่อง พร้อมกับใช้ประโยชน์ของสื่อเหล่านี้ให้เป็นประโยชน์ เช่นการใช้ Facebook เป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่างๆ หรือใช้ทวิตเตอร์เพื่อกระจายข่าวสารหรือโปรโมชั่นต่างๆ ของแบรนด์เป็นต้น 

6. Be Transparent With Company Information : มีความโปร่งใสในการให้ข้อมูลของบริษัท

เปิดเผยข้อมูลที่ชัดเจนและเป็นความจริง เช่นรายชื่อคณะกรรมการของบริษัท เพื่อให้นักลงทุนเชื่อมั่นในทิศทางและแนวโน้มต่างๆ และกล้าที่จะลงทุนไปกับธุรกิจของเรา

7. Listen to Feedback : รับฟังความคิดเห็น

เปิดใจที่จะยอมรับในความคิดเห็นของผู้บริโภค หากมีความคิดเห็นเข้ามาหนาหูว่าเว็บไซต์แบบนี้ใช้ยาก เราก็ควรจะมีการปรับเปลี่ยนให้มีการใช้งานที่ง่ายขึ้น ถ้าผู้เข้าชมเว็บไซต์ไม่ชอบโฆษณาบนหน้าเว็บไซต์มีอยู่เยอะจนเกินไป ก็ควรจะเอามันลงบ้าง ผู้บริโภคก็จะรู้สึกถึงความใส่ใจของแบรนด์ ซึ่งไม่ใช่ใครเลยนะที่ได้ประโยชน์ 

Resource: noobpreneur.com

ความคิดเห็น

 

เกี่ยวกับผู้เขียน

Senior Content Writer, Digital MKT, Social Media Strategic Planner, Digital Content, PR & Event MKT