Home.com-Social-Local-Mobile

ในยุคที่มือถือสามารถเชื่อมโยงการสื่อสารของผู้บริโภคในปัจจุบันได้หลายช่องทาง พฤติกรรมการรับข่าวสารก็เริ่มเข้าถึงผู้คนทั่วไปได้มากขึ้น ทำให้พฤติกรรมการซื้อสินค้าของผู้บริโภคนั้นเปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน ซึ่งนักช๊อปหลายคนเริ่มมีพฤติกรรมแบบ SHOWROOMING ที่ก่อนซื้อสินค้าก็จะทำการค้นหาข้อมูลต่างๆ ผ่านอินเตอร์เน็ตแล้วไปสัมผัสสินค้าจริงที่หน้าร้าน แต่สุดท้ายก็จบลงที่การสั่งซื้อแบบออนไลน์

ซึ่งจากผลสำรวจของ IBM พบว่า ในปี 2556 ที่ผ่านมา มีจำนวนผู้บริโภคเข้าไปเลือกชมสินค้าที่หน้าร้านแบบออฟไลน์ แต่ซื้อสินค้าทางออนไลน์เพิ่มขึ้นเป็น 8% และมีเพียง 8% เท่านั้นที่ตั้งใจไปซื้อสินค้าผ่านหน้าร้านแบบออฟไลน์จริงๆ ซึ่ง 13% ที่เข้าไปเลือกชมสินค้าหน้าร้าน ก็เพื่อเปรียบเทียบราคานั่นเอง แต่สถิติที่น่าสนใจคือ กว่า 43% ของผู้ที่เข้าไปซื้อสินค้าผ่านหน้าร้านนั้น มักจะทำการโพสต์เรื่องราวร้านค้า หรือสินค้าที่ซื้อมาลงบนโซเชี่ยลมีเดียช่องทางต่างๆ

ผู้บริโภคมีการเข้าถึงข้อมูลผ่านโลกโซเชียลวันละหลายๆ รอบ ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อสินค้าเพิ่มมากขึ้นเป็น 53% จาก 45% และกว่า 30% ก็จะชอบโพสต์เรื่องราวหรือประสบการณ์ความประทับใจในการซื้อสินค้าหรือบริการนั้นๆ ลงบนโซเชียล ซึ่งเป็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้นกว่าปีที่ผ่านมาที่มีเพียง 23% เท่านั้น ทำให้หลากหลายสินค้าหรือผู้ประกอบการมักจับตามองความคิดเห็นต่างๆ ของผู้บริโภคบนช่องทางออนไลน์ เพื่อบริหารชื่อเสียงของแบรนด์ที่อาจมีผลกระทบกับยอดขายและความมั่นใจของผู้บริโภค เพราะสื่อออนไลน์เป็นสื่อที่ยากต่อการควบคุม

Social Network จึงถือเป็นเครื่องมือทางการตลาดอีกหนึี่งประเภทที่ควรจับตามอง ซึ่งจากการสุ่มตัวอย่างทำให้เห็นถึงปัจจัยหลายอย่างที่มีผลต่อพฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภคในปัจจุบันนั้น เช่น

  • 59% ของกลุ่มตัวอย่างจะให้ความสนใจกับสินค้าที่เพื่อนโพสต์หรือแชร์ออกมาทางโซเชียลต่างๆ
  • 57% ของกลุ่มตัวอย่างจะให้ความสนใจกับร้านค่าที่เพื่อนเคยเข้าไปใช้บริการ หรือว่ามีการแชร์ออกมาทางโซเชียลเยอะๆ
  • 52% ของกลุ่มตัวอย่างจะให้ความสนใจกับโปรโมชั่นที่ได้รับจากอีเมล์
  • 51% ของกลุ่มตัวอย่างจะให้ความสนใจกับโปรโมชั่นต่างๆ ที่ได้รับทราบจากสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ ที่มีคนแชร์ต่อกันมา
  • 44% ของกลุ่มตัวอย่างจะให้ความสนใจกับโปรโมชั่นที่มีการแนะนำผ่านเว็บไซต์ของร้านค้าโดยตรง
  • 41% ของกลุ่มตัวอย่างจะให้ความสนใจกับร้านค้าที่มีการแนะนำโปรโมชั่นใหม่ๆ ให้

ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้เกิดจากที่เทคโนโลยีของการสื่อสารที่กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของผู้บริโภค ทำให้ทิศทางของการตลาดเปลี่ยนไปเป็นแบบ OMNI-CHANNEL ที่กลุ่มผู้ค้าหรือผู้ประกอบการ จะต้องทำการหล่อหลอมสินค้าและบริการในช่องทางต่างๆ ให้อยู่ภายใต้มาตรฐานเดียวกัน เพื่อมอบประสบการณ์ใหม่ๆ ให้ผู้บริโภคประทับใจมากที่สุด SoLoMo Marketing จึงกลายเป็นหนึ่งกลยุทธ์ของร้านค้าและผู้ประกอบการต่างๆ และจากผลสำรวจของ IBM ในปี 2554 พบว่าผู้บริโภคมีทัศนคติกับการทำตลาดในรูปแบบ SoLoMo Marketing มากขึ้น หากแบ่งแยกประเภทของกลุ่มผู้ซื้อ จะแยกออกมาได้ 4 ประเภทดังนี้

  • 19% เป็น Traditional Consumers คนกลุ่มนี้จะใช้เทคโนโลยีในการซื้อสินค้าน้อยที่สุด เป็นคนกลุ่มที่ค่อนข้างยึดติดกับรูปแบบเดิมๆ จึงไม่ต้องการประสบการณ์เต่างๆ เกี่ยวกับสินค้า หรือมีการใช้ Social Network น้อย ยังไม่ค่อยเปิดใจกับการใช้เทคโนโลยีมากเท่าที่ควร
  • 40% เป็น Transitioning Consumers ซึ่งถือว่าเป็นกลุ่มใหญ่ มักมีพฤติกรรมที่เกาะติดเทรนด์ต่างๆ และมักจะค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าก่อนที่จะตัดสินใจ ละนี่คือกลุ่มเป้าหมายใหญ่ของการตลาดแบบ SOLOMO Marketing
  • 29% เป็น Tech-Intrigued Consumers ซึ่งจะมีพฤติกรรมการใช้หาข้อมูลผ่านสมาร์ทโฟนเพื่อเลือกซื้อสินค้าต่างๆ อยู่ตลอดเวลา และในอนาคตก็จะกลายเป็นกลุ่มผู้บริโภคแบบ Trailblazer ในที่สุด
  • 12% เป็น Trailblazer Consumers คนกลุ่มนี้จะมีความคุ้นเคยกับการตลาดแบบ SOLOMO Marketing เป็นอย่างดี ซึ่งคนกลุ่มนี้จะมีความเชี่ยวชาญในการใช้เทคโนโลยีต่างๆ เพื่อค้นหาสินค้าที่ต้องการ พร้อมกับประเมินคุณภาพหรือบริการของร้านค้าต่างๆ ด้วย

Resource: digitalsherpa.com

ความคิดเห็น

 

เรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ

เกี่ยวกับผู้เขียน

Senior Content Writer, Digital MKT, Social Media Strategic Planner, Digital Content, PR & Event MKT