samkok-27s

จากคราวที่แล้ว เราพูดกันถึงเรื่อง กลลักษณ์ซ่อนเงื่อน ที่สอนให้รู้จักวางแผนอย่างมีลูกล่อ ลูกชน เพื่อเรียกความสนใจจากกลุ่มเป้าหมาย แล้วขายสินค้าที่มีราคาจับต้องได้ง่าย ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับกลยุทธ์ กลเถื่อนกำบัง ดังคำกลอนที่ว่า

กลหนึ่งชื่อว่าเถื่อนกำบัง รั้งรบพลตนน้อย  ชัดคนคล้อยแฝงป่า แต่งพลหล้าแล่นวง
ทั้งกงนอกกงใน ไว้ช้างม้าให้แฝง  แทงให้ร้องทรหึง มี่อึงฆ้องกลองไชย
ไว้ให้เสียงสำทับ ปืนไฟกับธนู  น่าไม้กรูกันมา ดาบถะลวงฟันดาหน้า
ประดังช้างม้าเรี่ยชายไพร ลูกหาบในป่าโห่  เกราะเสโลห์นี่นั่น ให้ศึกงันร่าถอย
ครั้นศึกคล้อยเหนผู้ห้าว กลเสือคราวครึมป่า  แล้วออกล่าเเล่นฉาว ทำสำหาวซ่อนเล็บ
เกบแต่เตียนกินรก ลอบฉวยฉกเอาจงเนือง  ให้ศึกเคืองใจหมอง คลองยุบนดังนี้
ชื่อว่าเถื่อนกำบังฯ

กลยุทธ์ กลเถื่อนกำบัง” ที่ว่านี้สอนให้แม่ทัพที่มีไพร่พลจำนวนน้อย รู้จักแสร้งทำเป็นว่ามีกองกำลังอยู่มากมาย  เพื่อหลอกให้ศัตรูรู้สึกยำเกรงไม่กล้าโจมตี เพราะเกรงว่าจะมีกำลังซ่อนอยู่ เช่นเดียวกับอุบายเมืองเปล่า ที่ขงเบ้งนั่งตีขิมบนกำแพงหลอกสุมาอี้นั่นเอง เป็นการใช้เสียงโผล่ทางโน้นที ทางนี้ที แล้วค่อยตีข้าศึกตอนเผลอ

ในทางการตลาด เปรียบได้เหมือนกับกลยุทธ์การตลาดแบบสงครามกองโจร ที่เราจะเลือกทำการตลาดบนช่องทางที่ข้าศึกนึกไม่ถึง เช่นการทำตลาดผ่านอินเตอร์เน็ต หรือ Social Media ที่มีการสื่อสารแบบ 2 ทาง หากรู้จักใช้ให้เป็น ย่อมทำให้เกิดผลดี เพราะเป็นการสื่อสารที่รวดเร็ว ย่อมทำให้คู่แข่งตั้งรับได้ยาก ดีกว่าสื่อสารด้วยการใช้ Mass Media ที่ทุกคนจะรู้เห็นกันหมดว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ เพราะที่สุดของกลยุทธ์การตลาดแบบสงครามกองโจร คือความไร้รูปแบบ ไร้ร่องรอย แต่ยืดหยุ่นได้

ความคิดเห็น

 

เรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ

เกี่ยวกับผู้เขียน

Senior Content Writer, Digital MKT, Social Media Strategic Planner, Digital Content, PR & Event MKT