เคยสังเกตมั๊ยว่า ตั้งแต่เริ่มก้าวเข้าสู่ยุค eCommerce พฤติกรรมการใช้จ่ายของเรา หรือคนรอบข้างเริ่มเปลี่ยนไป มีการหันไปซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น จนกระทั่งยุคนี้ที่มีการใช้สมาร์ทโฟนหรือแท็ปเล็ตกันอย่างแพร่หลาย เป็นยุคที่พวกเรากำลังจะก้าวไปสู่ mCommerce ที่จะทำให้การจับจ่ายของเราเป็นเรื่องที่ง่าย ซื้อขายได้จากโทรศัพท์มือถือ

เมื่อมีการซื้อของผ่านช่องทางออนไลน์หรือสมาร์ทโฟนมากขึ้น ผู้บริโภคมักจะมีพฤติกรรม “Showrooming” โดยไม่รู้ตัว ซึ่งเป็นพฤติกรรมการเดินเข้าไปเลือกชมสินค้าต่างๆ ตามร้านค้าปลีก แต่แล้วก็ไม่ซื้อ เพราะต้องการสำรวจราคา หรือดูตัวอย่างสินค้า เป็นการสำรวจความพอใจของตนเองในเบื้องต้น แล้วกลับไปซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์

จากผลสำรวจพบว่า ผู้บริโภคมีพฤติกรรม “Showrooming” เพิ่มมากขึ้นถึง 156% จากปี 2012  ซึ่งเป็นตัวเลขที่ชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มความต้องการของผู้บริโภค ลองไปดู Infographic ที่บอกถึงสถิติที่เกิดขึ้นจริงของผู้บริโภคตลอด 2 ปีที่ผ่านมากันค่ะ

 mobile-consumer-report-infographic-2013

ร้านค้าออนไลน์มักมีราคาหรือโปรโมชั่นที่ดีกว่ามอบให้ผู้บริโภคเสมอ เพราะร้านค้าออนไลน์มีต้นทุนในการจำหน่ายสินค้าน้อยกว่า ถึงแม้ว่าสินค้าจะรับมาในราคาเท่ากัน แต่ร้านค้าออนไลน์ไม่ต้องจ้างพนักงานประจำร้านหลายคน ไม่ต้องเสียค่าเช่าที่แพงๆ จะมีก็แค่ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการดูแลเว็บไซต์ และอื่นๆ อีกไม่มาก จึงสามารถทำโปรโมชั่นลด แลก แจก แถมได้มากกว่า แต่ผู้บริโภคจะไม่มีโอกาสได้จับหรือทดลองสินค้าก่อนการตัดสินใจเลย ถ้าซื้อแล้วไม่ถูกใจ ก็ยากที่จะนำกลับไปเปลี่ยน ทำให้พฤติกรรม “Showrooming” เกิดขึ้นในกลุ่มผู้บริโภคที่นิยมซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์

ถ้าอยากได้ความมั่นใจว่าสินค้าดี ถูกใจแน่นอน ผู้บริโภคจะต้องไปหาดูสินค้าจริงหรือใกล้เคียงตามร้านค้าปลีกทั่วไป แต่ถ้าอยากได้ราคาที่ถูกกว่า จะต้องไปตามหาที่ร้านค้าออนไลน์ แต่คุณภาพจะดีเท่าตามร้านค้าปลีกหรือไม่ สินค้าจะมีตำหนิมากแค่ไหน เป็นเรื่องที่ต้องเสี่ยงดวงไปตามสภาพ ซึ่งเป็นข้อดีข้อเสียที่ต่างฝ่ายต่างถือไพ่เหนือกว่ากันคนละด้าน

พฤติกรรม “Showrooming” จึงชี้ให้เห็นว่า ผู้บริโภคต้องการมีประสบการณ์ร่วมกันกับแบรนด์ หากไม่เคยมีประสบการณ์ดีๆ กับแบรนด์มาก่อนเลย ผู้บริโภคก็จะเกิดความลังเลที่จะซื้อสินค้า ถึงแม้ว่าราคาจะยั่วใจขนาดไหนก็ตาม แต่ถ้าผู้บริโภคเคยมีประสบการณ์ดีๆ ร่วมกันกับแบรนด์แล้ว สินค้าจะสามารถปิดการขายได้ด้วยมันเอง ยิ่งชื่อเสียงบนออนไลน์น่าเชื่อถือมากเท่าไหร่ การตัดสินใจซื้อของนักช๊อปออนไลน์ก็จะง่ายขึ้นเท่านั้น

“การสร้างประสบการณ์ร่วมกันกับแบรนด์” จึงเป็นคำตอบของการขยายฐานลูกค้าผ่านช่องทางออนไลน์ หากร้านค้าปลีกเพิ่มช่องทางการขายบนออนไลน์ ก็ถือเป็นการผูกมัดใจลูกค้าไม่ให้ไปซื้อสินค้าที่ไหน เพราะไม่ว่าจะดูสินค้าที่หน้าร้าน แล้วไปซื้อผ่านเว็บไซต์ ยังไงยอดขายก็ยังตกเป็นของร้านอยู่ดี ยิ่งถ้ามีแคมเปญการตลาดเจ๋งๆ รองรับด้วยแล้ว จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับร้านค้าได้มากเลยทีเดียว

 

ข้อมูลอ้างอิง: cnbc.com , 2d-code.co.uk

ความคิดเห็น

 

เรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ

เกี่ยวกับผู้เขียน

Senior Content Writer, Digital MKT, Social Media Strategic Planner, Digital Content, PR & Event MKT