ทั้ง Facebook และ Twitter ต่างก็เข้าตลาดหุ้น IPO ทั้งคู่แล้ว รายได้ก็เป็นสิ่งที่ทั้งสอง Social Network ยักษ์ต้องพยายามทำให้เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น ซึ่งรายได้หลักก็ไม่พ้นโฆษณา ลองมาดูข้อดีข้อเสียของการโฆษณาแต่ละที่กันดีกว่า ว่าใครมีข้อดีข้อเสียยังไงบ้าง

1. โฆษณาของใครเข้าถึงคนได้มากกว่าแน่นอนว่างานนี้ Facebook กินขาด เพราะจำนวน active users มากกว่าถึง 5 เท่า แถมจำนวนการแชร์ยังมากกว่าเกือบ 10 เท่า แน่นอนว่า Facebook สามารถ reach คนได้มากกว่าแน่นอน ถ้ามีเงินไม่จำกัด

ทั้งนี้ Facebook กินส่วนแบ่งรายได้โฆษณาบน social network สูงสุดถึง 57% ชณะที่ Twitter อยู่ที่ 13% เท่านั้น

2. โฆษณาของใครมีประสิทธิภาพมากกว่า

เปรียบเทียบ CPM (Cost Per Impression) ดูแล้ว การเข้าถึงคนจำนวนเท่ากัน โฆษณาบน Facebook จะถูกกว่า Twitter อยู่พอสมควร แต่จำนวน CTR (Click Through Rate) นั้น ของ Twitter จะสูงกว่า คือคนมา engage กับโพสเป็นเปอร์เซนต์ที่มากกว่าเทียบกับการเห็นโฆษณาจำนวนเท่ากัน

อย่างไรก็ตาม AdAge กล่าวว่าการโฆษณาบน Google นั้นสามารถสร้างยอด ROI ได้ดีกว่า Social Network ทั้งสอง โดยอธิบายว่า Facebook กับ Twitter มีข้อดีคือสามารถสร้าง brand awareness ได้ ทำ content marketing ได้ดีด้วยเนื้อหาที่ไม่ hard sale แต่อย่างไรก็ตามถ้ามองในแง่ของยอดขาย คนที่ search Google เกี่ยวกับเรื่องที่สนใจแล้วเจอโฆษณาสามารถสร้างรายได้ได้มากกว่าอย่างเห็นได้ชัด

3. โฆษณาของใครมีประสิทธิภาพมากกว่าบน Mobile

 

Facebook มี App Promotion Ad ซึ่งสามารถให้คนกดเข้าไปโหลดแอพได้โดยตรงทันที มาดูด้านรายได้ภาพรวมของโฆษณาบน mobile กันบ้าง

Facebook ทิ้งห่าง Twitter พอสมควรในเรื่องของส่วนแบ่งรายได้โฆษณาบน mobile แต่เมื่อเทียบ % กันแล้ว รายได้จาก mobile เป็นรายได้ถึงครึ่งหนึ่งของรายได้โฆษณาทั้งหมดของ Twitter ในขณะที่ Facebook อยู่ที่ 41%

4. รูปแบบโฆษณาต่างกันอย่างไร

ในภาพนี้อธิบายรูปแบบต่างๆของการโฆษณาหลักๆนบน Facebook และรูปแบบโฆษณาทั้งหมดบน Twitter ถ้าจะแบ่งประเภทโฆษณาทั้งหมดของ Facebook จริงๆจะแบ่งได้ดังนี้:

  • App ads
  • Domain ads
  • Mobile app ads
  • Offer ads
  • Page-like ads
  • Page post link ads
  • Page post photo ads
  • Page post text ads
  • Page post video ads
  • Sponsored stories

จะเห็นได้ว่ารูปแบบโฆษณาบน Facebook ค่อนข้างที่จะหลากหลายแล้วแต่การใช้งาน แต่ของ Twitter จะแบ่งง่ายกว่าเป็นแค่ 3 ประเภทหลักๆคือ Promoted Tweets, Promoted Accounts และ Promoted Trends

สรุปแล้วใครชนะ? จริงๆแล้วยังไม่มีใครชนะแบบชัดๆนะครับ เพราะ Twitter ก็เพิ่งเข้าตลาด แถมยังมี potential ที่น่าจะไปได้อีกไกล งานนี้ต้องดูกันยาวๆล่ะครับ ว่าแต่ละเจ้าจะมีไม้เด็ดเรื่องโฆษณาอย่างไร และจะทำยังไงไม่ให้โฆษณาเป็นที่ชื่นชอบของผู้ใช้บริการ ไม่ให้เป็นอะไรที่คนต่อต้านและรำคาญครับ …

(via Marketingprofs)

ความคิดเห็น

 

เรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ

เกี่ยวกับผู้เขียน

เทรนด์ใหม่ๆ, ข่าวอัพเดท, เทคโนโลยี, สาระน่ารู้, ไอเดียเจ๋งๆ, การตลาด